รอผล กกพ.ชุดใหม่ทบทวนต่อสัญญาSPP Cogeneration 25รายอีกรอบหวังเข้า กพช.7ม.ค.นี้

กระทรวงพลังงาน รอผลสรุป คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)ชุดใหม่ ทบทวนการต่อสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็กประเภทพลังงานความร้อนร่วม หรือ SPP Cogeneration อีกรอบ หวังให้ทันเสนอที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ในวันที่ 7 ม.ค. 2562 นี้

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy New Center-ENC) รายงานถึงความคืบหน้าในการพิจารณาต่อสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็กประเภทพลังงานความร้อนร่วม หรือ SPP Cogeneration  ว่า กระทรวงพลังงาน ยังรอให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)ชุดใหม่ ที่มีนายเสมอใจ ศุขสุเมฆ เป็นประธาน  จัดทำรายละเอียด “การต่อสัญญารับซื้อไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็กประเภทพลังงานความร้อนร่วม(SPP Cogeneration)” เพื่อให้ทันเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน ในวันที่ 7 ม.ค. 2562 นี้

โดยก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ กกพ.ชุดเดิม ซึ่งมีนายพรเทพ ธัญญพงศ์ชัย เป็นประธาน ได้เคยจัดทำรายละเอียด ข้อเสนอไว้แล้วที่จะให้มีการต่ออายุสัญญากับSPP Cogeneration ทั้ง25 ราย ตามที่ได้ตกลงกับทางสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน  แต่เมื่อเปลี่ยนคณะกรรมการ กกพ.ชุดใหม่  ฝ่ายนโยบายจึงได้ให้ กกพ. พิจารณาอีกครั้ง

ทั้งนี้ ในประเด็นที่ กกพ.ชุดใหม่จะต้องทบทวน นั้น จะเกี่ยวกับราคาค่าไฟฟ้าที่รับซื้อ  ประเด็นจำนวนปีในสัญญา SPP Cogeneration ว่าใน กรณีโรงไฟฟ้าสร้างใหม่ จะให้มีการต่ออายุสัญญา 25 ปี ส่วนกรณีโรงไฟฟ้าเก่า จะให้ต่อสัญญาเพิ่มได้ไม่เกิน 10 ปี  หรือไม่  หรือ กกพ.จะมีข้อเสนอเป็นอย่างอื่น  นอกจากนี้ให้ทบทวนปริมาณรับซื้อไฟฟ้าจาก SPP Cogeneration จากเดิม กพช.เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2559 กำหนดให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) รับซื้อไฟฟ้า SPP Cogeneration ได้ไม่เกิน 30 เมกะวัตต์ โดยต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า  ในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ ฉบับใหม่ หรือ PDP2018 ได้มีการบรรจุปริมาณไฟฟ้าจาก SPP Cogeneration ไว้ในแผนด้วยแล้ว แต่จะมีการปรับปรุงในรายละเอียดบางประการเพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับประเภทเชื้อเพลิงอื่นในแผนไฟฟ้าด้วย

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามติ กพช.เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2559 ได้กำหนดแนวทางสนับสนุน SPP-Cogeneration โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 : SPP-Cogeneration ที่จะสิ้นสุดอายุสัญญาภายในปี 60–61 (ต่ออายุสัญญา) ให้มีระยะเวลาสัญญา 3 ปี ปริมาณรับซื้อไม่เกิน 60 เมกะวัตต์ และไม่เกินกว่าปริมาณขายไฟฟ้าตามสัญญาเดิม ราคารับซื้อไฟฟ้า (ณ ราคาก๊าซ 263 บาทต่อล้านบีทียู) ในอัตรา 2.3753 บาทต่อหน่วย

กลุ่มที่ 2 : SPP-Cogeneration ที่จะสิ้นสุดอายุสัญญาภายในปี 62–68 (ก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่) ให้มีระยะเวลาสัญญา 25 ปี ปริมาณรับซื้อไม่เกิน 30 เมกะวัตต์และไม่เกิน 30% ของกำลังผลิตไฟฟ้าสุทธิรวมไอน้ำ (Net Generation) ไฟฟ้ารวมไอน้ำ และจะต้องไม่เกินกว่าปริมาณขายไฟฟ้าตามสัญญาเดิม ราคารับซื้อไฟฟ้า ในอัตรา 2.8186 บาทต่อหน่วย (ที่ราคาก๊าซธรรมชาติ 263 บาทต่อล้านบีทียู) ทั้งนี้ โครงการ SPP-Cogeneration ที่ได้รับสิทธิการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ให้ดำเนินการก่อสร้างได้ในพื้นที่เดิม หรือพื้นที่ใกล้เคียงนิคมอุตสาหกรรมและสวนอุตสาหกรรม

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here