ซีอีโอปตท.ประสานเสียงรัฐมนตรีพลังงาน รัฐควรลอยตัวราคาNGV ให้สะท้อนต้นทุนจริง

ซีอีโอ ปตท.ชี้ธุรกิจก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(NGV) ควรปล่อยให้มีการลอยตัวราคา เพื่อให้มีผู้เข้ามาลงทุนและแข่งขันในการให้บริการ  สอดคล้องกับแนวทางของรัฐมนตรีพลังงาน ที่เห็นว่า ราคาน้ำมันที่ลดลง ทำให้รัฐไม่ควรเข้าไปช่วยอุดหนุนราคา NGV เหมือนเช่นในอดีตที่ปตท.ต้องเข้ามาช่วยแบกรับภาระแทนประชาชน  

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงข้อเรียกร้องของสมาคมผู้ประกอบการก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ ที่ต้องการให้รัฐเข้ามาช่วยตรึงราคาNGV เอาไว้ หรือกำหนดราคาจำหน่ายไม่เกิน 50% ของราคาดีเซล เพื่อต้องการให้คนหันมาใช้NGV มากขึ้น ว่า ทางออกในการแก้ไขปัญหาธุรกิจNGV นั้น รัฐควรจะต้องปล่อยให้มีการลอยตัวราคาให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อให้ผู้ค้ามีกำไรเพียงพอที่จะขยายธุรกิจและแข่งขันกันปรับปรุงคุณภาพของการให้บริการ เพื่อดึงให้เกิดความต้องการใช้ที่มากขึ้น  โดยเชื้อเพลิงNGV เหมาะสำหรับรถบรรทุกหรือรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่ เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาด และไม่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งทั้งผู้ค้าและผู้ใช้NGV จะต้องปรับตัว

ที่ผ่านมาการที่รัฐให้การส่งเสริมการใช้NGV เพื่อเป็นทางเลือก เนื่องจากราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง  โดย NGV ถูกตรึงราคาเอาไว้ในระดับ 8.50 บาทต่อกิโลกรัม โดยที่ปตท.เป็นผู้ช่วยแบกรับภาระให้มาโดยตลอด  โดยเมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงมา และมีการส่งเสริมไบโอดีเซล  รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ ซึ่งมีความเข้าใจในปัญหา จึงมีนโยบายที่จะทยอยให้มีการปรับราคาNGV ให้สะท้อนต้นทุนที่เป็นจริงมากขึ้น ซึ่งเป็นการช่วยลดภาระของปตท.ลง  โดยปัจจุบัน ปตท.ยังคงช่วยแบกรับภาระให้เฉพาะส่วนของผู้ใช้ที่เป็นกลุ่ม รถโดยสารสาธารณะ ตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)

ปัจจุบันราคา NGV ที่จำหน่ายให้กลุ่มรถโดยสารสาธารณะอยู่ที่ 11.62 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนราคา NGV สำหรับรถยนต์ทั่วไปอยู่ที่ 15.88 บาทต่อกิโลกรัม  โดย ปตท.มีปั๊มNGVอยู่430 แห่ง  แบ่งเป็นปั๊มที่อยู่ตามแนวท่อก๊าซธรรมชาติ 121 แห่ง ที่เหลือเป็นปั๊มที่อยู่นอกแนวท่อ  ซึ่งการทำปั๊ม NGV เฉพาะแนวท่อก๊าซฯ จะมีความคุ้มค่าและช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งก๊าซฯทางรถลงได้มาก

ด้าน นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงกรณีที่สมาคม ผู้ประกอบการก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ เรียกร้องให้รัฐทบทวนนโยบายลอยตัวราคาก๊าซ NGV เช่นกันว่า  ที่ผ่านมารัฐมีนโยบายส่งเสริมการใช้ NGVมา 20 ปี ในช่วงที่ราคาน้ำมันแพง และก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยยังมีปริมาณสูง แต่ในขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ราคาน้ำมันถูกลง ก๊าซฯที่ผลิตได้จากอ่าวไทย ก็เหลือน้อยลงจนต้องนำเข้าจากต่างประเทศ   ดังนั้นราคาก๊าซ NGVจึงควรปล่อยลอยตัวให้สะท้อนต้นทุนจริง  เพราะที่ผ่านมาถือว่าปตท.ได้ช่วยแบกรับภาระแทนประชาชนไปมากพอสมควรแล้ว

ในขณะที่นโยบายของกระทรวงพลังงาน ได้หันมาส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล  B 20และB10 แทน เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน   โดยถือเป็นเชื้อเพลิงในภาคการขนส่งที่เหมาะสมกว่า ทั้งต้นทุนราคา ค่าความร้อนและค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร