กกพ. ไฟเขียว “โกลว์” ขาย “เอสพีพี 1” ลุยควบรวม จีพีเอสซี

กกพ. เห็นชอบให้ จีพีเอสซี ควบรวม โกลว์ พลังงาน หลังรับทราบแผนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัท โกลว์ เอสพีพี 1 จากการขายหุ้นให้ “บี.กริม” สำเร็จตามเงื่อนไข

นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะ โฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการ กกพ. เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2562 ได้เห็นชอบให้ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ จีพีเอสซี รวมกิจการกับ บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ โกลว์ แล้ว ภายหลังจากที่ กกพ. มีมติรับทราบการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ SPP1 โดยปัจจุบัน โกลว์ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นของบริษัท โกลว์ เอสพีพี 1 จำกัด (SPP1) ให้แก่บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ เซอร์วิส (แหลมฉบัง) จำกัด (BPSLC) เรียบร้อยแล้ว สำหรับใบอนุญาตการประกอบกิจการพลังงานของ SPP1 จะยังคงประกอบกิจการได้ตามปกติ โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคลผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงาน แต่อย่างใด

“การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นดังกล่าว ส่งผลให้ บี.กริม จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งหมดเป็น 1,335.36 เมกะวัตต์ และคิดเป็นสัดส่วนเพียง 2.45% ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ ถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก จนไม่มีผลกระทบต่อส่วนแบ่งการตลาดในการให้บริการพลังงานไฟฟ้าในเชิงภาพรวมของประเทศ” นางสาวนฤภัทร กล่าว

ก่อนหน้านี้ บริษัท โกลว์ เอสพีพี 1 เป็นหนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจให้บริการไฟฟ้าและไอน้ำ มีกำลังการผลิตติดตั้ง 148.96 MW เพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ภาคเอกชนในพื้นที่อุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก จากทั้งหมดจำนวน 2 ราย โดยที่ผู้ประกอบธุรกิจอีกรายหนึ่งในพื้นที่เดียวกัน คือ จีพีเอสซี ซึ่งภายหลัง จีพีเอสซี เจรจาขอซื้อหุ้นโกลว์ทั้งหมดจากกลุ่มเอนจี (Engie) ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถืออยู่สัดส่วน 69.11% ส่งผลให้ธุรกิจในเครือทั้งหมดของโกลว์ จะถูกบริหารภายใต้กลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่คือ จีพีเอสซี จะทำให้พื้นที่ดังกล่าวเกิดภาวะลดการแข่งขัน

โดย กกพ. มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลอัตราค่าบริการและคุณภาพบริการ รวมถึงมาตรฐานสัญญาการให้บริการ และการดำเนินการภายหลังการรวมกิจการ โดยตามมติ กกพ. ในการประชุมเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2561 ได้เห็นชอบให้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมท้ายใบอนุญาตประกอบกิจการจำหน่ายไฟฟ้า ให้แก่ โกลว์ จำนวน 11 ข้อ และผู้รับใบอนุญาตบริษัทในเครือทุกรายต้องปฏิบัติภายหลังการรวมกิจการด้วย ทั้งนี้ เงื่อนไขดังกล่าวจะมีการทบทวนหรือประเมินผลโดยคณะทำงานที่แต่งตั้งโดย กกพ. เพื่อให้ความคุ้มครอง และความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับบริการในเขตพื้นที่ดังกล่าวว่าจะไม่ได้รับผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจจากกรณีการรวมกิจการดังกล่าวด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ จีพีเอสซี ได้ยื่นเรื่องเพื่อขออนุญาต กกพ. ในการซื้อหุ้นและรวมกิจการกับโกลว์ แต่ กกพ. มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่อนุญาต ต่อมาจีพีเอสซี จึงยื่นขออุทธรณ์มติ กกพ. โดย กกพ. ยืนยันมติพร้อมยกคำอุทธรณ์ของจีพีเอสซี  จากนั้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2561 กกพ. มีมติเห็นชอบในหลักการให้จีพีเอสซี รวมกิจการกับโกลว์ ได้ โดยกำหนดเงื่อนไขให้โกลว์ ขายกิจการของ SPP1 ให้แล้วเสร็จก่อนหรือเวลาเดียวกันกับการดำเนินการรวมกิจการกับ จีพีเอสซี เพื่อมิให้มีการรวมกิจการที่มีลักษณะก่อให้เกิดการผูกขาดลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในการให้บริการพลังงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก และเห็นชอบให้กำหนดเงื่อนไขสำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจำหน่ายไฟฟ้าซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทในเครือของโกลว์ ทุกรายต้องปฏิบัติภายหลังการรวมกิจการ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here