เร่งกฟผ.ซื้อน้ำมันปาล์มดิบเพื่อผลิตไฟฟ้าอีก3.7 หมื่นตันหวังแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ

กฟผ. รับอีกภาระ “สนธิรัตน์ “สั่งให้เร่งซื้อน้ำมันปาล์มดิบหรือ CPO ที่เหลืออีก 3.7 หมื่นตันผลิตไฟฟ้า และให้กรมธุรกิจพลังงาน หากลไกในการดูดซับสต็อกไบโอดีเซล (B100) ล่วงหน้า เพื่อนำไปใช้ในการผลิต B10 ตามนโยบายส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลของกระทรวงพลังงาน

เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2563 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้องหารือแก้สถานการณ์ราคาปาล์มน้ำมันที่ตกต่ำจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ความต้องการใช้ลดลงแต่มีผลผลิตปาล์มน้ำมันออกมาตามฤดูกาลจำนวนมาก

โดยในแนวทางแก้ไขปัญหา นายสนธิรัตน์ ได้มอบให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เร่งรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ที่เหลืออีก 37,550 ตัน เพื่อนำไปผลิตไฟฟ้าให้ครบตามมติ ครม.  ที่ได้มอบหมายให้ กฟผ. จัดซื้อ CPO จำนวน 200,000 ตัน เพื่อนำไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งที่ผ่านมา กฟผ. ได้รับซื้อไปแล้วจำนวน  2 ครั้ง รวม 162,450 ตัน  เพื่อเป็นการเร่งดูดซับระดับสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ

นอกจากนี้ ยังได้มอบให้กรมธุรกิจพลังงานไปประเมินเพื่อหากลไกในการดูดซับสต็อกไบโอดีเซล (B100) ล่วงหน้า เพื่อนำไปใช้ในการผลิต B10 ตามนโยบายส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลของกระทรวงพลังงาน เพราะขณะนี้ยอดการใช้ดีเซลในช่วงต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมาเริ่มกลับมาอยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิด -19 แล้ว ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะสามารถได้ข้อสรุปว่าจะเป็นอย่างไร

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือกับ พล.ต.อ.ดร.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ รองเลขาฯนายกฯ ฝ่ายการเมือง ซึ่งได้ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับปาล์มน้ำมันในพื้นที่ปฏิบัติจริง โดยได้บูรณาการความร่วมมือในพื้นที่เพื่อพิจารณาถึงสาเหตุว่ามีสิ่งใดเป็นกลไกหลักที่ทำให้ปาล์มน้ำมันราคาต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อจะได้นำมาเป็นแนวทางในการวางมาตรการช่วยแก้ปัญหาได้ในโอกาสต่อไป