พลังงานเร่งเครื่องมาตรการส่งเสริมใช้ปาล์มน้ำมัน หลังราคาผลผลิตยังต่ำกว่าเป้า

รัฐมนตรีพลังงานแถลงข่าวอัพเดท แผนการบริหารจัดการน้ำมันปาล์มด้านพลังงาน ทั้งในส่วนของการนำน้ำมันปาล์มดิบมาใช้เพื่อการผลิตไฟฟ้า การส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลB20 และแนวทางที่จะให้ปตท.ส่งออกน้ำมันไบโอดีเซล B100   แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะยกระดับราคาผลผลิตปาล์มน้ำมันของเกษตรกร ให้สูงเกินกว่า3บาทต่อกิโลกรัมได้ โดยราคาผลผลิตปาล์มน้ำมันทั้งทะลาย ณ วันที่ 28มี.ค.2562  ยังอยู่ที่ระดับ 2.39บาทต่อกิโลกรัม

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center -ENC)รายงานว่า   สาระสำคัญของแผนการบริหารจัดการน้ำมันปาล์มด้านพลังงาน ที่นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงต่อผู้สื่อข่าว เมื่อวันที่ 29มี.ค.2562  มีดังนี้

ในส่วนของการนำน้ำมันปาล์มดิบมาใช้เพื่อการผลิตไฟฟ้า
– กฟผ.ใช้น้ำมันปาล์มดิบผลิตไฟฟ้า ณ โรงไฟฟ้าบางปะกงโดยเพิ่มปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่ใช้น้ำมันปาล์มจากวันละ 1,000 ตัน เป็น วันละ 1,500 ตัน ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มเพิ่มสูงขึ้น และสามารถลดปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มในระบบได้เร็วขึ้นซึ่งปัจจุบันใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกงไปแล้วกว่า 50,000 ตัน  และคาดว่าจะสามารถรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ ตามมติ กนป. เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562 ได้ครบตามเป้า 160,000 ตัน ภายในวันที่
20 เมษายน 2562  และกฟผ. จะใช้น้ำมันปาล์มทั้งหมดในการผลิตไฟฟ้าได้ภายในปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายนนี้

การส่งออกน้ำมันไบโอดีเซล B100
– ปตท. ได้รับมอบหมาย ให้พิจารณาการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ( CPO) จำนวน 100,000 ตัน มาเก็บสต๊อกไว้เพื่อนำมาผลิตเป็น B100 ส่งออก  โดยให้หารือแนวทางการดำเนินการร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในเรื่องแนวทางการชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในกระบวนการดังกล่าว ซึ่งจะมีการรายงานแนวทางการดำเนินการต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อนำเสนอขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการต่อไป

นโยบายการส่งเสริมน้ำมันไบโอดีเซล B20
-กรมธุรกิจพลังงาน คาดว่าในเดือนมีนาคมนี้จะมีปริมาณการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ปริมาณ 25 ล้านลิตร โดยตั้งเป้าจะขยายกลุ่มผู้ใช้ไปยังกลุ่มรถยนต์ดีเซลขนาดเล็กให้สามารถใช้น้ำมัน B20 ได้ โดยจะทราบผลการหารือกับผู้จำหน่ายรถยนต์ได้ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งปัจจุบันมีสถานีที่จำหน่ายน้ำมัน B20 จำนวน 116 สถานี และ Fleet ที่ใช้ 173 แห่ง  ในอนาคตกระทรวงพลังงานจะมีการผลักดันให้ใช้ B20 ปริมาณ 15 ล้านลิตร/วัน และ B7 ที่50 ล้านลิตร/วัน ซึ่งจะสามารถดูดซับ CPO ได้ 2 ล้านตัน/ปี

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตรการที่ทางกระทรวงพลังงานดำเนินการมาตั้งแต่ ปลายปี2561นั้น ยังไม่สามารถที่จะยกระดับราคาผลผลิตปาล์มของเกษตรกรได้ตามเป้าหมายที่รัฐตั้งไว้ว่า จะเกิน3บาทต่อกิโลกรัม  โดยเมื่อเช็คราคาผลผลิตปาล์มน้ำมันทั้งทะลาย  ทางเว็บไซต์ www. Kasetprice.com ณ วันที่ 28มี.ค.2562  ราคาก็ยังอยู่ที่ระดับ 2.39บาทต่อกิโลกรัม

โดยนายศิริ กล่าวถึง การส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซลB20 โดยยอมรับว่ายอดใช้น้ำมัน B20 ในเดือนมี.ค. 2562 ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดว่าจะใช้ถึง 30 ล้านลิตร แต่มียอดใช้เพียง 25 ล้านลิตร เนื่องจากจำนวนปั๊มที่จำหน่าย B20 ยังมีน้อยเกินไป และกระจุกตัวอยู่ในบางพื้นที่ที่คาดว่าจะมีรถบรรทุกมาใช้บริการ แต่เชื่อว่าในอนาคตหากรถกระบะสามารถใช้ ไบโอดีเซลB20 ได้ก็จะช่วยทำให้ยอดใช้เพิ่มขึ้น

นายศิริ ยังกล่าวถึงกรณีบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) มีแนวทางนำร่องทดสอบการใช้น้ำมันไบโอดีเซลB8 ถึง B10 (น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 8% ถึง 10% ในทุกลิตร)ว่า กระทรวงพลังงานไม่มีนโยบายการใช้น้ำมันไบโอดีเซลB10 ในประเทศ เนื่องจากปัจจุบันได้ดำเนินนโยบายข้ามไปสู่การใช้ไบโอดีเซล B20 เป็นน้ำมันทางเลือกแล้ว

ด้าน นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า กรมธุรกิจพลังงานยังไม่อนุญาตให้ปั๊มจำหน่าย B20 ให้กับรถกระบะขนาดเล็กได้ในขณะนี้ ซึ่งหากมีการจำหน่าย ก็จะถือเป็นความผิดตามกฎหมายของกรมฯ เนื่องจากค่ายรถยนต์ยังไม่ได้ออกมารับรองว่าใช้ B20ได้

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here