“กุลิศ”เตรียมนัดหารือ กกพ.ผลักดันเปิดเสรีโซลาร์รูฟท็อปและก๊าซธรรมชาติ

ปลัดกระทรวงพลังงาน เตรียมนัดหารือคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) หวังผลักดันแก้ไขกฎระเบียบให้เอื้อต่อการเปิดเสรีโซลาร์รูฟท็อปและธุรกิจก๊าซธรรมชาติ

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิเศษประสานเชื่อมโยงคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศกระทรวงพลังงาน ครั้งที่4/2561ว่า คณะทำงานฯ ได้หารือและติดตามการดำเนินงานในแต่ละโครงการ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงานใน 6 ด้าน 17 ประเด็น ตามที่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานได้มีข้อเสนอไว้

โดยมีงานที่ต้องขับเคลื่อนให้เกิดผลให้ทางปฏิบัติโดยเร็ว เช่น การปฏิบัติตาม Code of Conduct ที่จะต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลและร่างหลักเกณฑ์ต่างๆ เพื่อแบ่งแยกภารกิจให้เกิดความชัดเจนระหว่างหน่วยงาน เช่น ผู้กำหนดนโยบาย,ผู้กำกับดูแล(regulator) และผู้ดำเนินการ( operator) เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.), บริษัท ปตท.จำกัด( มหาชน) เป็นต้น รวมถึงเรื่องการเปิดให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการรับฟังความคิดเห็น ที่ต้องเดินตามข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปฯ

ทั้งนี้ในเร็วๆนี้ กระทรวงพลังงานเตรียมนัดหารือกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เพื่อประสานการทำงานต่างๆให้เป็นไปตามนโยบายที่นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้กำหนดไว้และสอดรับกับแนวทางของแผนปฏิรูปฯ โดยเฉพาะการเปิดเสรีธุรกิจพลังงาน ทั้งการเปิดเสรีการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา(โซลาร์รูปท็อปเสรี) การเปิดเสรีกิจการก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น เพื่อผลักดันนโยบายต่างๆไปสู่การปฏิบัติ ดังนั้น กกพ.จะต้องออกกฎระเบียบให้สอดรับกับแนวทางปฏิบัติ ซึ่งอาจจะต้องมีการแก้ไขกฎหมาย หรือกฎระเบียบต่างๆ

สำหรับแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน 6 ด้าน ได้แก่ 1.การบริหารจัดการพลังงาน 2.ไฟฟ้า 3.ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี 4.สนับสนุนพลังงานทดแทน 5.การอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และ 6.เทคโนโลยีนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน

นายกวิน ทังสุพานิช กรรมการและเลขานุการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน กล่าวว่า คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานที่มีนายพรชัย รุจิประภา เป็นประธาน อยู่ระหว่างนัดหมายเพื่อเข้าหารือกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ชุดใหม่ ในประเด็นเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติงานให้สอดรับกับแผนปฏิรูปฯ โดยเฉพาะการเปิดเสรีกิจการพลังงานทั้งระบบ เช่น การเปิดเสรีธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ที่กกพ.ได้จัดทำข้อกำหนดการเปิดให้ใช้หรือเชื่อมต่อระบบส่งก๊าซธรรมชาติและสถานี LNG แก่บุคคคลที่ 3 (LNG Terminal TPA Code) เพื่อเปิดให้มีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)แล้ว แต่ในทางปฏิบัติถือว่ายังไม่เอื้อให้เกิดการเข้ามาแข่งขันของภาคเอกชนรายอื่น

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here