Dow สร้าง “บ้านดาวอาสา” หลังที่ 37 ให้ผู้ขาดแคลน ด้วยนวัตกรรมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ข่าวประชาสัมพันธ์

กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ผู้นำด้านแมททีเรียล ไซแอนซ์ (Materials Science) ร่วมกับบริษัท โตโยโก ประเทศไทย ร่วมสร้างบ้านด้วยนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้กับครอบครัวของนายไพรัส เพิ่มเติมทรัพย์ ใน ต.พลา จ.ระยอง ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านดาวอาสาหลังที่ 37 และเป็นบ้านเฉลิมพระเกียรติหลังล่าสุดตามโครงการสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้ในชุมชนของเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยในงานได้รับเกียรติจากนายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีรับมอบ พร้อมด้วยนางวราภรณ์ เจริญศิริโชติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง นายจิรศักดิ์ ตะปะโจทย์ นายอำเภอบ้านฉาง นายสมพร เหลือล้น นายกเทศมนตรีตำบลพลา และนายเดชา พาณิชยพิเชฐ ผู้อำนวยการโรงงาน กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย พร้อมทีมพนักงานดาวอาสาร่วมแสดงความยินดีกับเจ้าของบ้าน

บ้านดาวอาสาหลังล่าสุดนี้ ถือเป็นบ้านหลังแรกในภูมิภาคอาเซียนที่นำเทคโนโลยี DOW VORACOR นวัตกรรมฉนวนกันความร้อนชนิดพ่นเคลือบบนหลังคามาใช้ในอาคารที่อยู่อาศัย ซึ่งจะช่วยให้มีความแข็งแรงคงทน มีความยืดหยุ่นสูง สามารถรับแรงกระแทก และป้องกันรอยรั่วจากการรั่วซึมของน้ำ อีกทั้งยังช่วยป้องกันความร้อนสะสมภายในอาคารเมื่อเทียบกับการใช้กระเบื้องหลังคาทั่วไป นอกจากนี้ ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากใช้เทคโนโลยี Hydrofluoro-olefin (HFO) ซึ่งมีความยั่งยืนกว่าเพราะไม่ก่อให้เกิดสารคลอโรฟลูออโรคาร์บอน หรือ CFC จึงไม่ทำลายชั้นบรรยากาศโลกและไม่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน

นายเดชา พาณิชยพิเชฐ ผู้อำนวยการโรงงาน กล่าวว่า “ในปีนี้ เราไม่เพียงร่วมกับพนักงาน มูลนิธิที่อยู่อาศัย ประเทศไทย และเหล่ากาชาดจังหวัดระยองในการช่วยเหลือชุมชนรอบโรงงานของเราให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น แต่ยังร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ นำเทคโนโลยีระบบหลังคารักษ์โลกจากธุรกิจโพลียูริเทนมาช่วยเสริมให้บ้านมีความแข็งแรงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ของบริษัทฯ ในการสร้างความยั่งยืนให้ชุมชนอย่างมีส่วนร่วมได้เป็นอย่างดี”

นับตั้งแต่ พ.ศ. 2549  กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ได้ร่วมกับมูลนิธิที่อยู่อาศัย ประเทศไทย ดำเนินโครงการบ้านดาวอาสาอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ได้สนับสนุนทุนทรัพย์เพื่อเป็นงบประมาณในการก่อสร้างบ้านหลังละ 300,000 บาท รวมถึงพนักงานของบริษัทฯ ยังร่วมเป็นอาสาสมัครของโครงการนี้ด้วย จวบจนปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ส่งมอบบ้านและอาคารสาธารณประโยชน์ที่ปลอดภัย แข็งแรง และถูกสุขลักษณะ ให้กับชุมชนและครอบครัวของผู้มีรายได้น้อยแล้วทั้งสิ้น 37 หลัง เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาและสร้างโอกาสในการเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยได้มากยิ่งขึ้น