- Advertisment-

ในฐานะที่อยู่ในองค์กรบริษัทพลังงานระดับโลก ดร. ทวีศักดิ์  บรรลือสินธุ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัดได้พูดคุยถึงความคืบหน้าในการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นการทำงานของ เอ็กซอน โมบิล คอร์ปอเรชั่น ในระดับโลก ที่เกี่ยวกับธุรกิจใหม่ที่จะพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และ สามารถดำเนินงานในเชิงพาณิชย์ได้

เอ็กซอน โมบิล คอร์ปอเรชั่น มีบริษัทในเครือในประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด และ บริษัท เอ็กซอนโมบิล เอ็กซ์โพลเรชั่น แอนด์ โพรดักชั่น โคราช อิงค์  

ในการทำงานระดับโลก เอ็กซอน โมบิล คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศจัดตั้งธุรกิจใหม่ที่ชื่อว่า “ExxonMobil Low Carbon Solutions” ซึ่งจะเน้นการนำเทคโนโลยีจากการค้นคว้าวิจัยชั้นนำในอุตสาหกรรมมาดำเนินการต่อในเชิงพาณิชย์ โดยเริ่มแรกจะมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage-CCS ) ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ตามความตกลงปารีส (Paris Agreement)ได้ โดยขณะนี้ ได้มีความคืบหน้าไปในโครงการใหม่ๆ กว่า 20 โครงการ ที่จะสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในปริมาณมาก

ดร. ทวีศักดิ์  บรรลือสินธุ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด

CCS เป็นกระบวนการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แทนที่จะถูกปล่อยออกสู่บรรยากาศจากประบวนการผลิตทางอุตสาหกรรม แต่มีการนำมาเก็บไว้ในชั้นหินใต้พื้นดินที่มีความลึกมาก ซึ่งมีความปลอดภัย มั่นคง และเก็บได้ยาวนาน โดยคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) และ องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) มีความเห็นตรงกันว่า CCS เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่สำคัญยิ่งในการลดคาร์บอนไดออกไซด์ลง เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายสภาวะอากาศของสังคม ในราคาที่ถูกที่สุด นอกจากนี้ CCS ยังเป็นเทคโนโลยีที่มีเพียงไม่กี่อย่างที่สามารถใช้ได้ในอุตสาหกรรมเฉพาะด้านเพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมัน เคมีภัณฑ์ ซีเมนต์ และ เหล็กกล้า

- Advertisment -

- Advertisment -.

เอ็กซอนโมบิลมีประสบการณ์ในเทคโนโลยี CCS มากว่า 30 ปีแล้ว และเป็นบริษัทแรกที่สามารดักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 120 ล้านตัน ซึ่งเทียบได้กับปริมาณไอเสียที่ปล่อยจากรถยนต์ถึง 25 ล้านคันรวมกันตลอดระยะเวลา 1 ปี นอกจากนี้ เอ็กซอนโมบิลยังมีสัดส่วนประมาณ 1 ใน 5 ของความสามารถในการดักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ของโลก และสามารถดักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 40% จากปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ของมนุษยโลกที่ดักเก็บได้ทั้งหมด

นอกจากนี้ หน่วยงาน ExxonMobil Low Carbon Solutions จะใช้ประสบการณ์ของเอ็กซอนโมบิลในด้านการผลิตไฮโดรเจน ซึ่งเมื่อรวมกับระบบ CCS จะมีบทบาทสำคัญยิ่งในการสร้างระบบผลิตพลังงานที่ปล่อยคาร์บอนลดน้อยลง (lower-carbon energy system) นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีที่ก่อให้เกิดคาร์บอนน้อยลงในด้านอื่นๆ มาพัฒนาสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในอนาคตอีกด้วย

ยกตัวอย่างโครงการ CCS ใหม่ๆและความร่วมมือกับพันธมิตรที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาและดำเนินการ เช่น

โครงการชายฝั่งอ่าวของสหรัฐอเมริกา – เอ็กซอนโมบิลได้ประเมินโครงการ CCS หลายโครงการตามแนวชายฝั่งอ่าวสหรัฐอเมริกาซึ่งมีแนวโน้มจะสามารถเก็บคาร์บอนไดออกไซด์จากแหล่งอุตสาหกรรมได้หลายล้านตันเพื่อจัดเก็บในแหล่งกักเก็บธรรมชาติใต้ธรณีทั้งบนบกและในทะเล โดยจะมีศูนย์ปฏิบัติงานกลาง CCS ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐเท็กซัส

ไวโอมิ่ง สหรัฐอเมริกา  – เอ็กซอนโมบิลได้อนุมัติให้มีการขยายศูนย์ปฏิบัติงานที่ La Barge CCS ซึ่งจะสามารถทำการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้เพิ่มอีกประมาณ 1 ล้านตันต่อปี โดยศูนย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถกักเก็บได้ประมาณ 7 ล้านตันต่อปี ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดจากการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ของภาคอุตสาหกรรม

เนเธอร์แลนด์  –  เอ็กซอนโมบิลมีการทำข้อตกลงที่จะมีการลงทุนเพิ่มในโครงการที่เรียกว่า Porthos ซึ่งเป็นโครงการศูนย์ขนส่งและจัดเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ นอกชายฝั่ง ตั้งอยู่ที่ท่าเรือ Rotterdam  โดยโครงการนี้ จะทำการเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาจากภาคอุตสาหกรรมและขนส่งลำเลียงทางท่อไปเก็บยังแหล่งก๊าซที่เลิกใช้งานแล้วทางฝั่งทะเลเหนือ Porthos และผู้ที่จะเป็นลูกค้าได้มีการสมัครไว้แล้วผ่านทางระบบระดับประเทศและของ EU นอกจากนี้ เอ็กซอนโมบิลได้มีส่วนร่วมในการศึกษา H-Vision เพื่อการผลิตไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำที่ Rotterdam ด้วยเช่นเดียวกัน

เบลเยียม – เอ็กซอนโมบิลได้เข้าร่วมในโครงการด้าน CCS ซึ่งมีตัวแทนจากหลากหลายวงการ ซึ่งจัดตั้งขึ้นที่ท่าเรือ Antwerp (Port of Antwerp) และ นับเป็นกลุ่มคลัสเตอร์ด้านพลังงานและเคมีคัลที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป  โครงการนี้จะรวบรวมคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาจากโรงงานอุตสาหกรรมมาเก็บไว้  โดยได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรปในการดำเนินการแล้ว

สก๊อตแลนด์ – ด้วยการลงทุนร่วมกันในระบบที่เรียกว่า SEGAL ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ  สก๊อตแลนด์  เอ็กซอนโมบิลได้มีการเจรจาที่จะสนับสนุนโครงการ Acorn เพื่อเก็บคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงงานแปรรูปก๊าซที่ St. Fergus เพื่อขนส่งและจัดเก็บที่แหล่งก๊าซนอกชายฝั่ง

สิงคโปร์  – เอ็กซอนโมบิลมีแผนที่จะตั้งศูนย์กลาง CCS โดยการรวบรวม  ขนส่ง และกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์จากอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคมาเก็บไว้ได้อย่างถาวร แนวคิดโครงการนี้ต่อยอดจากแผนงานที่จะเก็บคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงงานต่างๆในสิงคโปร์มากักเก็บไว้ในภูมิภาค

การ์ตา – เอ็กซอนโมบิลได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับผู้ร่วมลงทุนในการ์ตาร์ปิโตรเลียม ซึ่งได้ทำโครงการ CCS ที่สามารถจัดเก็บได้มากถึง 2.1 ล้านตันที่นิคมอุตสาหกรรม Ras Laffan  ซึ่งเอ็กซอนโมบิลกำลังประเมินโอกาสที่จะเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บให้มากขึ้นสำหรับภูมิภาคนี้

กล่าวได้ว่า เอ็กซอนโมบิลมีความร่วมมือกับหน่วยงานที่หลากหลาย ทั้งในแวดวงอุตสาหกรรม  สถาบันการศึกษา และ หน่วยงานราชการเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการจัดเก็บคาร์บอนให้ก้าวหน้าขึ้น ในราคาที่ลดลง และ เพิ่มปริมาณการจัดเก็บได้มากขึ้น  ดังเช่นที่ได้มีการทำงานร่วมกันกับ FuelCell Energy  เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี carbonate fuel cell เพื่อให้สามารถดักจับคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงงานอุตสาหกรรมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  และ ร่วมมือกับ Global Thermostat เพื่อการพัฒนาระบบที่สามารถดูดคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากบรรยากาศมากักเก็บได้โดยตรง

ดร. ทวีศักดิ์ ได้กล่าวสรุปเพิ่มเติมว่า “โอกาสที่ CCS จะพัฒนาในเชิงพาณิชย์มีมากและน่าดึงดูดใจ แต่ต้องอาศัยนโยบายรัฐบาลมาช่วยส่งเสริมด้วยเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ที่สหรัฐอเมริกา มีการพูดถึงการให้เครดิตภาษีสำหรับองค์กรที่มีการกักเก็บคาร์บอนไว้ได้ ซึ่งเอ็กซอนโมบิลเห็นด้วยและสนับสนุนอย่างยิ่ง  รวมถึงมีนโยบายที่ให้การสนับสนุนทางด้านนี้จากหน่วยงานต่างๆ ทั่วโลก เช่น ในสหภาพยุโรป แคนาดา สิงคโปร์ เป็นต้น  และนับตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา เอ็กซอนโมบิลได้ใช้เงินไปกว่า 10,000 ล้านเหรียญเพื่อพัฒนาทั้งในด้านประสิทธิภาพและการปล่อยมลพิษให้ลดน้อยลงในทุกการปฏิบัติงานของบริษัท   เรามีการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยกว่า 80 แห่งทั้งในสหรัฐอเมริกา  ยุโรป และ เอเชีย เพื่อแสวงหาเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต”  

Advertisment