ร้อนจัด ดันยอดขายแอร์โฮมโปรสูงสุดในรอบ 20 ปี

สภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้ประชาชนแห่ซื้อเครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้น โดยโฮมโปรประเมินว่าเฉพาะเดือนเมษายนนี้ จะมียอดขายมากกว่า 3.5 หมื่นเครื่อง และทั้งปี 2562 ยอดขายจะเติบโตสูงสุดในรอบ 20 ปี ขณะที่กำลังซื้อในภาพรวมทั้งประเทศจะเกิน 1.2 ล้านเครื่อง

นางสาวศิริวรรณ เปี่ยมเศรษฐสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วโฮมโปรมียอดขายเครื่องปรับอากาศ (แอร์) สูงสุดซึ่งมากกว่าที่เคยขายได้ในช่วงตลอด 20 ปีที่ผานมาเนื่องจากสภาพอากาศร้อนส่งผลให้ประชาชนตัดสินใจซื้อแอร์เป็นจำนวนมากรวมถึงพัดลม ตู้เย็น โดยตลาดทั่วไปเกิดการขาดแคลนสินค้าพัดลมบ้างแล้วแต่โฮมโปรยังมีสินค้ากลุ่มนี้จำหน่ายเพียงพอเนื่องจากได้สต๊อกสินค้าไว้รองรับความต้องการของประชาชนตั้งแต่ช่วงต้นปี 2562 แล้ว

ทั้งนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยว่าเมื่อวันที่19-21เม..ที่ผ่านมาอากาศร้อนจัดทำให้เกิดการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค)ของทุกภาคและเขตนครหลวงแล้วโดยยังมีโอกาสที่จะสร้างสถิติพีคใหม่ได้อีกหากอากาศยังร้อนสะสม 

นางสาวศิริวรรณกล่าวด้วยว่าในเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียว โฮมโปรขายแอร์แล้ว 3 หมื่นเครื่อง คาดว่าถึงสิ้นเดือนนี้ (เม..) จะมียอดขายเพิ่มเป็น 3.5 หมื่นเครื่อง และคาดว่าช่วงครึ่งปีแรกนี้จะขายได้รวม 7 หมื่นเครื่อง จากความต้องการใช้แอร์ทั้งประเทศปีละ 1.2 ล้านเครื่อง ทำให้มั่นใจว่าทั้งปีนี้ (62) ยอดขายแอร์ของทั้งประเทศจะเกิน 1.2 ล้านเครื่องจากอากาศร้อนเป็นหลัก

นอกจากนั้นโฮมโปรยังร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์5 ใหม่ติดดาวภายใต้แคมเปญ “ลดดับร้อนเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ติดฉลากเบอร์5 ใหม่ที่ช่วยประหยัดพลังงานและประหยัดค่าไฟฟ้า

นายศานิต นิยมาคม ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน กฟผกล่าวว่า กฟผ. ได้ปรับปรุงและพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์เบอร์5 ให้ประหยัดพลังงานสูงกว่าเดิมโดยแบ่งระดับเกณฑ์ประสิทธิภาพฉลากเบอร์5 ใหม่เป็น4 ระดับ คือ เบอร์5, เบอร์5 1 ดาว, เบอร์5 2 ดาวและเบอร์5 3 ดาวเพื่อให้สะท้อนผลการประหยัดพลังงานที่ละเอียดมากขึ้น ซึ่งดาวแต่ละระดับสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5 – 10% โดยเริ่มใช้งานฉลากเบอร์5 รูปแบบใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา 

ขณะนี้มีผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลากรูปแบบใหม่แล้วกว่า 20 ผลิตภัณฑ์ คาดว่าการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์5 ใหม่ อาทิเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น พัดลม โทรทัศน์ หลอด LED และเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าอัตโนมัติรวมกันกว่า 320,000 ชิ้น จะส่งผลให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้าประมาณ 78 ล้านหน่วยต่อปี หรือ 309 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 41,500 ตันต่อปี