พลังงานนัดถก 4 กระทรวง ทำแผนยกระดับราคาปาล์มน้ำมันทั้งระบบ

รัฐมนตรีพลังงาน เตรียมนัดหารือร่วม 4 กระทรวงเศรษฐกิจ จัดทำแผนยกระดับราคาปาล์มน้ำมันอย่างเป็นระบบ หลังจากกรมธุรกิจพลังงานสรุปแผนปรับโครงสร้างไบโอดีเซลและประมาณการณ์ผลผลิตที่ชัดเจน ก่อนออกมาตรการส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B10 และ B20 เป็นน้ำมันพื้นฐานแทน B7 หวังแก้ปัญหาสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบและสร้างสมดุลราคาปาล์มน้ำมันในระยะยาว

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานจะเร่งแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันโดยผลักดันการใช้ไปสู่ไบโอดีเซล B10 ให้เป็นน้ำมันพื้นฐานแทนดีเซล B7 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และสนับสนุนการใช้ B20 อย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหาสต๊อกน้ำมันปาล์มล้นตลาดซึ่งมีผลต่อราคาปาล์มตกต่ำ โดยขณะนี้กรมธุรกิจพลังงานอยู่ระหว่างจัดทำแผนการปรับโครงสร้างไบโอดีเซล คาดว่าจะมีการนำเสนอความคืบหน้าเข้ามาภายในสัปดาห์หน้า หลังจากนั้นกระทรวงพลังงานจะเชิญกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม มาหารือร่วมกันเพื่อสรุปแผนการยกระดับราคาปาล์มน้ำมันที่ชัดเจน และไม่ให้กระทบกับปริมาณน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ให้มีปัญหาการขาดแคลนในอนาคตด้วย

วันนี้ผมได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรื่องการแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำด้วยการส่งเสริมการใช้น้ำมัน B10 และ B20 เพื่อผลักดันให้เป็นน้ำมันพื้นฐานในอนาคต โดยการเปลี่ยนผ่านไปสู่เป้าหมายดังกล่าวจะต้องดูถึงดีมานด์และซัพพลายผลผลิตปาล์มที่จะต้องดำเนินการอย่างเป็นมาตรฐาน ไม่ใช่ว่าช่วงไหนผลผลิตปาล์มเยอะก็ทำ B7 ขึ้นไปถึง B20 แต่พอช่วงไหนปาล์มน้อยก็ลดลงเหลือ B5 การกำหนดนโยบายจึงต้องนิ่ง และไม่ใช่แค่การทำงานของกระทรวงพาณิชย์และพลังงานเท่านั้น แต่ยังต้องวางแผนร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งดูแลเรื่องพื้นที่เพาะปลูก และกระทรวงอุตสาหกรรมทำเรื่องมาตรฐาน CPO ด้วยนายสนธิรัตน์กล่าว

ส่วนกรณีที่กระทรวงพาณิชย์ มีนโยบายการประกันราคาปาล์มกิโลกรัมละ 4 บาท รมว.พลังงาน กล่าวว่า เป็นแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรจากปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ ซึ่งจะต้องนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ ในส่วนการให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ช่วยดูดซับสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) เพื่อนำไปผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกงตามมติครม. ซึ่งยังคงเหลืออีก 1.3 แสนตันนั้น ขึ้นอยู่กับกระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาว่าจะต้องดูดซับมากน้อยเพียงใด แต่หากมีความจำเป็นทางกระทรวงพลังงานก็พร้อมที่จะดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว ซึ่งจะเป็นมาตรการเฉพาะกิจที่ดำเนินการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และต้องสามารถดูดซับน้ำมันปาล์มดิบออกจากตลาด รวมทั้งช่วยยกระดับราคาผลผลิตให้ดีขึ้น