บางจากพร้อมควัก 30 ล้านเปลี่ยนป้ายชื่อ ดีเซลB10 เป็น “ดีเซล”ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน

บางจากฯพร้อมเปลี่ยนป้ายชื่อ “ดีเซลB10 ” เป็น “ดีเซล “ในปั๊มทั่วประเทศ โดยยังรอประกาศกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งกำหนดเดิมจะประกาศในวันที่ 15 มิ.ย.2563 นี้ คาดต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 20-30 ล้านบาท พร้อมลดจำนวนหัวจ่ายดีเซล B20 ลงเพื่อขาย B10 เพิ่มขึ้นแทน

นายชัยวัฒน์​ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีที่กรมธุรกิจพลังงานเตรียมออกประกาศให้ปั๊มน้ำมันทุกแห่งจำหน่ายดีเซลB10(น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 10%ในทุกลิตร) เป็นน้ำมันพื้นฐาน โดยทุกปั๊มต้องเปลี่ยนป้ายชื่อน้ำมัน B10 เป็น  ” ดีเซล ” ส่วน ดีเซลที่จำหน่ายอยู่เดิม ให้เปลี่ยนป้ายชื่อเป็น ” ดีเซล B7  ว่า ขณะนี้ บางจากฯ อยู่ระหว่างรอการประกาศดังกล่าวจากกรมธุรกิจพลังงาน และเตรียมความพร้อมที่จะดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดทันที

ไฮดีเซลเดิมจะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ไฮดีเซลB7 หลังกรมธุรกิจพลังงานออกประกาศ

ด้านแหล่งข่าวจากบางจาก กล่าวว่า กำหนดเดิมทางกรมธุรกิจพลังงานจะออกประกาศให้ทุกปั๊มต้องจำหน่ายน้ำมัน B10 เป็นน้ำมันพื้นฐานและเปลี่ยนชื่อเป็นน้ำมันดีเซล แทนน้ำมันไบโอดีเซลB7(น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 7%ในทุกลิตร) ที่ใช้อยู่เดิมในปัจจุบัน  ในวันที่ 15 มิ.ย.2563 นี้ เพื่อให้ผู้ค้าน้ำมันได้มีระยะเวลาเตรียมดำเนินการเปลี่ยนแปลงให้เสร็จภายในเดือน ต.ค. 2563  ซึ่งบริษัทต้องรอให้ประกาศของกรมธุรกิจพลังงานลงในราชกิจจานุเบกษาเสียก่อน จึงจะเริ่มดำเนินการ โดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาปรับเปลี่ยนป้ายชื่อประมาณ 1-2 เดือน ใช้เงินไม่ต่ำกว่า 20-30 ล้านบาท

ดีเซลB20 จะถูกลดจำนวนหัวจ่ายลงมาจำหน่ายB10 แทน

โดยปัจจุบันบางจากมีการจำหน่าย B10 แล้วประมาณ 1,100 ปั๊ม จากปั๊มทั้งหมด 1,200 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งหลังการปรับเปลี่ยนป้ายชื่อและเปิดให้จำหน่าย B10 ทุกปั๊มตามกฎหมายแล้ว บางจากยืนยันว่าจะยังมีการจำหน่ายดีเซล B7 เกือบทุกปั๊มต่อไป เนื่องจากรถบางรุ่นยังไม่สามารถใช้ B10 ได้ ส่วนน้ำมันดีเซล B20 ที่ปัจจุบันบางจากมีอยู่ 500 ปั๊มทั่วประเทศ จะต้องทยอยปรับลดหัวจ่ายลง เพื่อให้ถังเก็บน้ำมันมีเพียงพอรองรับ B10 ต่อไป