ชงกฟผ.นำเข้าLNGล็อตใหม่ปริมาณมากกว่า1.6ล้านตันในปี63-64

sdr

ปลัดพลังงาน ชงให้ กฟผ.นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)ล็อตใหม่ในปริมาณมากกว่า 1.6ล้านตันต่อปีในช่วงปี 2563-2564 เพื่อใช้ในโรงไฟฟ้าบางปะกง วังน้อย และพระนครใต้ โดยไม่กระทบกับสัญญาซื้อขายก๊าซระยะยาวหรือสัญญาGlobal DCQ ที่เตรียมลงนามกับ ปตท.

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานบอร์ดการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในระหว่างการเข้าร่วมงานนิทรรศการและงานประชุม ฟิวเจอร์ เอนเนอร์ยี่ เอเชีย 2020 เมื่อวันที่12 ก.พ. 2563  ว่า กฟผ.อยู่ระหว่างการพิจารณาปริมาณการนำเข้าLNG ล็อตใหม่ ในบทบาทของShipperรายที่สอง เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ให้ความเห็นชอบ หลังจากที่ได้รับการอนุมัติให้นำร่องนำเข้าLNG แบบSpot ในปริมาณ 130,000 ตัน โดยนำเข้าล็อตแรก 65,000 ตันเมื่อปลายเดือนธ.ค. 2562 ที่ผ่านมา และล็อตที่สอง 65,000 ตัน ในเดือน เม.ย.2563 มาแล้ว

ทั้งนี้ในปริมาณเหมาะสมที่จะนำเข้าในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ปริมาณ 6แสนตัน และในปี 2564 อีกล้านกว่าตัน โดยจะไม่กระทบกับสัญญาซื้อขายก๊าซระยะยาวหรือสัญญาGlobal DCQ ที่เตรียมลงนามกับ ปตท. ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ปริมาณ 3.5 ล้านตันต่อปีเป็นระยะเวลา 10ปีเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน  โดยLNG ที่กฟผ.นำเข้าในปริมาณดังกล่าว จะนำมาใช้ในโรงไฟฟ้าบางปะกง  โรงไฟฟ้าวังน้อย และโรงไฟฟ้าพระนครใต้โรงใหม่ที่จะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในช่วงกลางปีนี้

นายกุลิศ กล่าวว่า LNG ที่กฟผ.นำเข้ามาใช้ในโรงไฟฟ้าของตัวเอง จะไม่กระทบต่อโครงการขยายท่อส่งก๊าซธรรมชาติของ ปตท. ซึ่งการนำเข้าLNG ในช่วงที่LNG ในตลาดSpot มีราคาถูก จะช่วยให้ค่าไฟฟ้าโดยรวมถูกลงด้วย  อีกทั้งยังช่วยให้ ก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้จากอ่าวไทย สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการส่งป้อนเข้าโรงแยกก๊าซธรรมชาติ เพื่อเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีได้อย่างเต็มที่

สำหรับบทบาทของปตท.ซึ่งมีความพร้อมในเรื่องของท่าเรือ สถานีรับจ่ายก๊าซ  ทั้งที่ มาบตาพุด หนองแฟบ  จะวางแผนสู่การเป็นศูนย์กลางการซื้อขายLNG ในภูมิภาคหรือ LNG Hub  โดยจะทำตลาดในสเกลที่เล็กลงเพื่อขายให้กับกลุ่มเรือขนส่งที่ใช้ก๊าซ เป็นเชื้อเพลิงและขนส่งทางรถบรรทุก เพื่อส่งต่อไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here