คาดสิ้นปี62 ยอดใช้ดีเซลทะลุเกิน 71ล้านลิตรต่อวัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์

sdr

กรมธุรกิจพลังงาน คาดยอดใช้ดีเซลสิ้นปี 2562 ทะลุ 71.68 ล้านลิตรต่อวัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 7.6% จากปี 2561   ที่มียอดใช้อยู่ 66.43 ล้านลิตต่อวัน เหตุผู้ใช้ก๊าซ NGV และ LPG  หันมาใช้ดีเซลB20 แทน เผย 1 ธ.ค.2562 กรมฯเตรียมประกาศกำหนดลักษณะและคุณภาพB100 ผลักดันมาตรฐานดีเซลB10 ให้มีจำหน่ายทุกปั๊มตั้งแต่ 1 มี.ค. 2563เป็นต้นไป

นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า กรมธุรกิจพลังงานได้ประเมินสถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในภาพรวมของประเทศปี 2562  (ม.ค.-ธ.ค.2562) จะขยายตัว 4% จากปี 2561 ซึ่งสอดรับกับประมาณการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ(GDP)ปี 2562 นี้ ที่โต 3% ตามข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ประกอบกับราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ยปี 2562 นี้ ถูกลงจากปี 2561 ที่ผ่านมา เป็นปัจจัยที่หนุนการใช้รถมากขึ้น

โดยคาดการณ์ว่ากลุ่มเบนซินจะมียอดการใช้อยู่ที่ 32.19 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 3.7% จากปี2561 ที่มียอดการใช้อยู่ที่ 31.05 ล้านลิตรต่อวัน , กลุ่มดีเซล จะมียอดการใช้อยู่ที่ 71.68 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 7.6% จากปี2561 ที่ยอดการใช้อยู่ที่ 66.43 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากผู้ใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(NGV)และก๊าซปิโตรเลียมเหลว(LPG) ภาคขนส่ง หันมาใช้น้ำมันดีเซลB20(น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 20% ในทุกลิตร) มากขึ้น

ส่วน NGV จะมียอดการใช้อยู่ที่ 5.58 ล้านกิโลกรัม(กก.)ต่อวัน ลดลง 8.5% จากปี 2561 ที่ยอดการใช้อยู่ที่ 6.10 ล้านกก.ต่อวัน และLPG มียอดการใช้อยู่ที่ 16.95 ล้านกก.ต่อวัน ลดลง 5.1% จากปี2561 ที่ยอดการใช้อยู่ที่ 17.86 ล้านกก.ต่อวัน ส่วนการใช้น้ำมันเครื่องบิน(Jet) มียอดการใช้อยู่ที่ 20.48 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 6.7% จากปี2561 ที่ยอดการใช้อยู่ที่ 19.19 ล้านลิตรต่อวัน

ทั้งนี้ กรมฯอยู่ระหว่างติดตามและประเมินผลการใช้น้ำมันกลุ่มดีเซล หลังจากได้ขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันให้เพิ่มปริมาณการจำหน่ายดีเซล B10 (น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 10%ในทุกลิตร) ในสถานีบริการ(ปั๊ม) ตั้งแต่ 1ต.ค.2562 โดยในวันที่ 1ธ.ค.2562นี้ กรมฯจะประกาศกำหนดลักษณะและคุณภาพไบโอดีเซลB100 (น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์100%) เหลือชนิดเดียว คือเป็นไปตามมาตรฐานสมาคมยานยนต์ญี่ปุ่น (JAMA) ที่ต้องปรับมาตรฐานไขมัน (WAX) ในส่วนของโมโนกลีเซอไรด์ปรับลดจากไม่เกิน 0.7% เป็นไม่เกิน 0.4% และในวันที่ 1ม.ค.2563 ทุกคลังของผู้ค้าน้ำมันจะต้องมีการผลิตดีเซลB10 และเริ่มปรับเปลี่ยนมาจำหน่ายB10 ภายในเดือนก.พ. เพื่อให้สามารถจำหน่ายดีเซลB10 ครบทุกปั๊มตั้งแต่ 1มี.ค.2563 เป็นต้นไป สำหรับปัจจุบันมีปั๊มจำหน่ายB10แล้ว 47 แห่ง มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 1.1-1.3 หมื่นลิตรต่อวัน

“กรมฯคาดว่า หากใช้ดีเซล B10 เต็มรูปแบบจะมียอดการใช้อยู่ที่ 57 ล้านลิตรต่อวัน,B20 อยู่ที่ 5 ล้านลิตรต่อวัน ,B7 อยู่ที่ 5 ล้านลิตรต่อวัน โดยจะมีการใช้B100 อยู่ที่ 7 ล้านลิตรต่อวัน หรือช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ(CPO) อยู่ที่ 2.2-2.3 ล้านตันต่อปี”

อย่างไรก็ตามจากการหารือกับผู้ผลิต B100  ที่มีอยู่ 13 ราย  พบว่ามีกำลังผลิตรวมอยู่ที่ 8.3 ล้านลิตรต่อวัน มีผู้ผลิต B100 ได้ตามสเปกดีเซล B10 จำนวน 9 ราย กำลังผลิตรวม 6.9 ล้านลิตรต่อวัน และล่าสุดได้ยื่นขออนุมัติแล้วอีก 1 ราย กำลังผลิต 6.5 แสนลิตรต่อวัน ส่วนอีก 2 ราย อยู่ระหว่างทดสอบประสิทธิภาพ คาดว่าจะดำเนินการได้ทันในวันที่ 1ธ.ค.2562 โดยพบว่า จากการปรับปรุงมาตรฐาน B100 ดังกล่าว ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.50- 2 บาทต่อลิตร ซึ่งจะสะท้อนต่อต้นทุนราคาดีเซลB10 ในอัตรา 10 สตางค์ต่อลิตร