กฟผ.สั่งพนักงานงดเดินทางพื้นที่เสี่ยง COVID-19 ด้านบ้านปูเผยการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในจีนยังไม่กระทบ

กฟผ.ประกาศให้พนักงานหลีกเลี่ยงการเดินทางไปประเทศเสี่ยงติดเชื้อ COVID-19 ขณะบ้านปูเผยเบื้องต้นปัญหาโรค COVID-19 ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในจีน พร้อมยืนยันพนักงานในจีนกว่า 1,000 คน ยังไม่ติดเชื้อ

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ลงนามในประกาศการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กำหนดรายชื่อประเทศหรือเขตปกครองที่เสี่ยงต่อโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  (COVID-19) เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานงดหรือเลื่อนการเดินทางไปในประเทศหรือเขตการปกครองที่มีการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว

โดยรายชื่อประเทศหรือเขตการปกครองที่เสี่ยงต่อโรค COVID-19 ได้แก่ 1. พื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง และพื้นที่ที่ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่คนแออัดตามประกาศกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มี 7 ประเทศ ประกอบด้วย สาธารณรัฐประชาชนจีน เขตบริหารพิเศษฮ่องกง เขตบริหารพิเศษมาเก๊า ไต้หวัน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ 2. พื้นที่ตามประกาศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่องกำหนดรายชื่อประเทศหรือเขตการปกครองที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค COVID-19 ที่ประกาศเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2563 เพิ่มเติมจากประกาศกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มี 2 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซียและเวียดนาม และ 3. พื้นที่ที่มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ในเวลาอันรวดเร็ว มี 2 ประเทศ ได้แก่ อิตาลี และอิหร่าน

ทั้งนี้ ให้รองผู้ว่าการบริหาร มีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมรายชื่อประเทศหรือเขตการปกครองที่เสี่ยงต่อโรค COVID-19 ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

ด้านบริษัทผู้ประกอบการรายใหญ่ของไทยด้านพลังงานอีกแห่งหนึ่ง อย่างบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) โดยนางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ออกมาระบุว่า  COVID-19 เป็นปัจจัยลบอันดับหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และเป็นปัจจัยที่ควบคุมยาก ซึ่งบ้านปูฯได้วางแผนรับมือกรณี COVID-19 เข้าสู่สถานการณ์เลวร้ายสุด โดยวางเป้าหมายลดต้นทุนค่าใช้จ่ายไว้แล้วและมั่นใจว่าจะสามารถรับมือได้

อย่างไรก็ตาม แม้ COVID-19 เป็นปัจจัยลบ แต่ก็มีปัจจัยบวกที่จะเกิดขึ้นเช่นกัน ซึ่งเห็นได้จากการเริ่มออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน เช่น การลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชน การช่วยเหลือด้านการเงินกับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(SME) และการยกเว้นค่าทางด่วน เป็นต้น ซึ่งการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวจะส่งผลให้การใช้พลังงานสูงขึ้นด้วยและทำให้ราคาพลังงานเกิดเสถียรภาพในที่สุด นอกจากนี้ จีนเริ่มคุมการติดเชื้อ COVID-19 ได้ดีขึ้น ในขณะที่ไทยก็มีมาตรการควบคุมโรคได้ดีเช่นกัน

ส่วนในโรงไฟฟ้าที่บ้านปูฯลงทุนในจีนนั้น เบื้องต้นไม่พบผู้ติดเชื้อ และบ้านปูฯได้วางมาตรการป้องกันไว้แล้ว เช่น พนักงานที่เข้าไปในพื้นที่ปักกิ่ง ให้อยู่บ้านเพื่อกักกันโรค 14 วัน ส่วนผู้ที่มาทำงานให้ใส่หน้ากากและถุงมือ นอกจากนี้ได้รับข่าวดีว่ารัฐบาลจีนจะปล่อยให้มีการขนส่งเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ได้มากขึ้นหลังจากคุมเข้มเรื่องการขนส่งอุปกรณ์ สินค้า และคน ดังนั้นการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในจีนที่บ้านปูฯเข้าไปลงทุนนั้น จะสามารถเดินหน้าก่อสร้างได้ต่อเนื่องเมื่อคนงานเริ่มกลับมายังพื้นที่ก่อสร้าง

นายสุธี สุขเรือน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทฯ มีโรงไฟฟ้าในจีน 10  โรง แบ่งเป็นพลังงานความร้อนและไอน้ำ 3 โรง ขนาด 450 เมกะวัตต์​ และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 7 โรง กำลังผลิตรวม 177 เมกะวัตต์ ส่วนที่กำลังก่อสร้าง 1 โรง เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เมืองซานซี โดยมีพนักงานรวมทั้งหมดในจีนกว่า 1,000 คน เบื้องต้นปัญหาโรค COVID-19 ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างและเดินหน้าโรงไฟฟ้ามากนัก เนื่องจากให้พนักงานที่ถูกกักกันโรคสามารถทำงานที่บ้านได้ และที่ผ่านมาจีนได้ประกาศขยายเวลาเทศกาลตรุษจีนยาวไปถึงสิ้นเดือน มี.ค. 2563 นี้ ซึ่งเป็นการยกระดับการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และคาดว่าเดือนมี.ค.นี้ พนักงานจะกลับมาทำงานได้ตามปกติ หากสถานการณ์แพร่ระบาดในจีนดีขึ้น

ส่วนในพื้นที่บริษัท บ้านปูฯ สำนักงานใหญ่ในเมืองไทย ยังคงเข้มงวดเฝ้าระวังโรคโดยออกประกาศให้ผู้ที่ไปประเทศเสี่ยงติดเชื้อไม่อนุญาตให้เข้ามาภายในตึก และให้ทำงานที่บ้าน กักกันโรค 14 วัน พร้อมมีอุปกรณ์ป้องกันให้พนักงานทั้งเจลแอลกอฮอล์ และหน้ากากอนามัย ซึ่งประกาศดังกล่าวจะยังคงใช้ไปถึงสิ้นเดือน มี.ค. 2563 นี้