กฟผ.จับมือการเคหะแห่งชาติติดฉลากบ้านเบอร์5 แล้ว 14 โครงการช่วยลดค่าไฟให้ผู้อาศัยได้ 14.4 ล้านบาทต่อปี

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงนามความร่วมมือ(MOU)กับ การเคหะแห่งชาติ(กคช.) “ติดฉลากบ้านเบอร์ 5 ในโครงการฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงานสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย พร้อมขยายขอบเขตชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่อย่างยั่งยืน “ ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน ด้วยการติดตั้งแพลตฟอร์มรองรับการตรวจสอบการใช้พลังงานของตัวเองผ่านมือถือ และเป็นช่องทางสร้างตลาดออนไลน์ชุมชนร่วมกัน ภายในปี 2568 กฟผ.ระบุตั้งแต่ปี 2560 ติดฉลากเบอร์ 5ให้บ้านของ กคช.แล้ว 14 โครงการ คาดช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ 3.6 ล้านหน่วยต่อปี ลดค่าไฟฟ้าผู้อยู่อาศัยได้ 14.4 ล้านบาทต่อปี

วันนี้ 2 ก.ย. 2563 นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร รองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ได้ลงนามความร่วมมือ(MOU) ร่วมกับนายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ(กคช.) ในโครงการฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงานสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย และโครงการชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมี นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน และประธานกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)และนายณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล ประธานกรรมการการเคหะแห่งชาติ ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล กรรมการ กฟผ. และ กรรมการ กคช. รวมทั้งผู้บริหารทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วมงาน

บุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร รองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)

นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร รองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง กฟผ. กล่าวว่า ที่ผ่านมา กฟผ. ได้ดำเนินโครงการฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงานสำหรับบ้านที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งปัจจุบันได้ยกระดับเป็นบ้านประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ในโครงการบ้านที่อยู่อาศัยสร้างใหม่สำหรับผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางของ กคช. รวมแล้ว 14 โครงการ คาดว่าเมื่อดำเนินการสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถส่งผลให้ประเทศประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 3.6 ล้านหน่วยต่อปี ลดภาระค่าใช้จ่ายไฟฟ้าของผู้อาศัยได้ประมาณ 14.4 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 1,800 ตันต่อปี โดยได้มีการเปิดตัวโครงการนำร่องบ้านเบอร์ 5 แห่งแรก ณ โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชนเชิงสังคม ชลบุรี (บ่อวิน) ระยะที่ 2 และ กฟผ. ยังเป็นที่ปรึกษาด้านพลังงานให้กับผู้อยู่อาศัยในชุมชนอื่นของ กคช. อีกด้วย

Advertisment

สำหรับปี 2563 กฟผ. และ กคช. ได้ร่วมกันจัดทำโครงการเพิ่มเติมคือโครงการชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หรือ Smart and Sustainable Community for Better Well-being (SSC) สำหรับบ้านและอาคารเก่าในโครงการของ กคช. ที่มีอยู่กว่า 7 แสนยูนิต ให้เกิดการใช้พลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ เช่น การนำแพลตฟอร์มมาช่วยบริหารจัดการพลังงานของชุมชน หรือบ้านแต่ละหลัง ซึ่งผู้อยู่อาศัยสามารถดูแลการใช้พลังงานของตัวเองผ่านทางแอพพลิเคชั่นในมือถือได้ เป็นต้น

ทั้งนี้ กฟผ. จะวางแพลตฟอร์มสำหรับโครงการดังกล่าว เช่น การบูรณาการระบบแสดงผลและเฝ้าระวังคุณภาพอากาศ หรือ Sensor for all การดำเนินมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมทั้งบริหารจัดการพลังงานองค์รวมแบบอัจฉริยะ (Smart Energy Solution) จัดแสดงผ่าน Dashboard หรือ Application ให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเห็นถึงข้อมูลการใช้พลังงานและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพได้

นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความรู้ สร้างอาชีพและรายได้ให้กับชุมชน โดยการนำแพลตฟอร์มมาใช้จะช่วยให้ชุมชนทั้งหลายกลายเป็นตลาดออนไลน์ระหว่างกันได้ ในรูปแบบ Online for Life เพื่อสร้างทักษะอาชีพ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ผ่านคลิปวิดีโอออนไลน์ และรูปแบบ On-ground for life ตลาดนัดสินค้าชุมชนของ กฟผ. และ กคช. เป็นต้น โดยจะดำเนินการนำร่อง ณ โครงการบ้านเอื้ออาทรบางโฉลง จังหวัดสมุทรปราการ ในเร็วๆนี้ โดยโครงการดังกล่าวจะดำเนินการจนถึงปี 2568

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการ การเคหะแห่งชาติ (กคช.) กล่าวว่า ความร่วมมือโครงการฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัยสอดคล้องกับ แผนยุทธศาสตร์การเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2565 ด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

ซึ่งโครงการบ้านเบอร์ 5 ระหว่าง กคช. และ กฟผ. นี้ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สร้างโอกาสให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย ได้เข้าถึงที่อยู่อาศัยที่นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่งเสริมให้เกิดการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในครัวเรือน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดการพัฒนาการออกแบบที่อยู่อาศัยและวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นการสร้างงานและสร้างอาชีพที่เกี่ยวข้องในภาคอสังหาริมทรัพย์ในระดับประเทศ โดยตั้งแต่ปี 2560 -2562 ที่ผ่านมา กคช. ได้ดำเนินการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยบ้านเบอร์ 5 จำนวน 14 โครงการ รวม 3,411 หน่วย

“ปัจจุบัน กคช. และ กฟผ. รวมถึงภาคีที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ได้ร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในโครงการชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด 4 มิติ ประกอบด้วย การมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบ ความมั่นคงของระบบนิเวศ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสุขภาวะทางสังคม โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมในการพัฒนาชุมชนที่อยู่ภายใต้การดูแลของ กคช.เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย พัฒนาชุมชน และขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ผู้ว่าการ กคช. กล่าวเพิ่มเติม

Advertisment