BOI อนุมัติ นิสสัน-ฮอนด้าขยายการผลิตรถยนต์ไฮบริดไฟฟ้าและแบตเตอรี่ เงินลงทุนรวมกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท

บีโอไอ อนุมัติ 4 โครงการใหญ่ เงินลงทุนกว่า 3 หมื่นล้านบาท ด้านค่ายรถยนต์นิสสัน – ฮอนด้า เตรียมขยายการผลิตรถยนต์ไฮบริดไฟฟ้าและแบตเตอรี่สำหรับรถไฟฟ้า สอดรับการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยียานยนต์สู่ระบบไฟฟ้า

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ด บีโอไอ) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนแก่กิจการต่างๆ ทั้งสิ้น 4 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 29,631 ล้านบาท ช่วยผลักดันการใช้วัตถุดิบในประเทศ รวมกว่า 19,480 ล้านบาทต่อปี

โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน อาทิ บริษัท นิสสันมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จะขยายกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสม (Hybrid Electric Vehicles-HEV) และแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เงินลงทุน10,960 ล้านบาท  ตั้งโรงงานอยู่ที่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ โดยบริษัทมีแผนที่จะใช้วัตถุดิบในประเทศมูลค่ากว่า 15,920 ล้านบาทต่อปี เป็นการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมรุ่น e-Power ซึ่งเดิมมีฐานการผลิตเพียงแห่งเดียวที่ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นเทคโนโลยีหลักในการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยียานยนต์จากระบบเครื่องยนต์ไปสู่ระบบไฟฟ้า

ขณะที่บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ขยายกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสม (Hybrid Electric Vehicles-HEV) และแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เงินลงทุนทั้งสิ้น 5,821 ล้านบาท ตั้งโรงงานอยู่ที่ บริษัทสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.อยุธยา และจ.ปราจีนบุรี โดยบริษัทมีแผนใช้วัตถุดิบภายในประเทศ เช่น    ล้อรถยนต์ ชิ้นส่วนตัวถังรถยนต์ กันชนหน้า/หลัง ชุดสายไฟ เป็นต้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,766 ล้านบาท รวมทั้งยังมีแผนในการผลิตชิ้นส่วนอื่นภายในประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนการนำเข้าในอนาคต

นางสาวดวงใจ กล่าวเพิ่มเติมถึงการส่งเสริมกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าว่า ก่อนหน้านี้ บีโอไอ ได้อนุมัติให้การส่งเสริมไปแล้ว 3 โครงการ ได้แก่ โครงการผลิตรถยนต์ไฮบริดของโตโยตา โครงการผลิตรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดของเมอร์เซเดสเบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 20,000 ล้านบาท รวมทั้งกิจการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและ High Density Battery จำนวน 6 ราย เงินลงทุนรวม 5,400 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีบริษัท ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ จำกัด ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน สำหรับการขยายกิจการขนส่งทางอากาศ เงินลงทุน 9,250 ล้านบาท โดยจะเช่าเครื่องบินแบบ Airbus A330 รวมจำนวน 6 ลำ เพื่อให้บริการครอบคลุมการขนส่งผู้โดยสาร ทั้งแบบประจำเส้นทางและแบบเช่าเหมาลำ รองรับการขยายเส้นทางใหม่ทั้งในและต่างประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง และออสเตรเลีย เป็นต้น