• Date : 24 / 05 / 2018
    ข่าวล่าสุด
    กบง.ตรึงก๊าซหุงต้มไม่เกิน363บาทต่อถัง 15กก.และดีเซลไม่เกิน30บาทต่อลิตร

    กบง.มีมติ ตรึงราคา LPGเฉพาะภาคครัวเรือน(ก๊าซหุงต้ม)ไม่ให้เกิน 363 บาทต่อถังในขนาด 15 กิโลกรัม เริ่มมีผล 28 พ.ค. 2561 นี้พร้อมมติตรึงราคาดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตรมีผลทันที จนกว่าไบโอดีเซลB20จะออกจำหน่าย คาดพยุงราคาได้ 10เดือน หากน้ำมันดิบตลาดโลกไม่เกิน 90 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล

    นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ได้มีมติปรับตรึงราคาก๊าซหุงต้ม(LPG) ภาคครัวเรือนให้อยู่ระดับไม่เกิน 363 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม จากปัจจุบันอยู่ที่ 395 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. 2561 นี้

    การตรึงราคาดังกล่าว จะทำให้สัปดาห์หน้าราคา LPG จะปรับลดลง 32 บาทต่อถังในขนาด15กิโลกรัม ทั้งนี้มาตรการที่จะทำให้ราคา LPG ปรับลดลง มาจากคาดการณ์ว่าสัปดาห์หน้าราคา LPG โลกจะปรับลดลงประมาณ 20 บาทต่อถัง15กิโลกรัม โดยจะนำเงินกองทุน LPG มาอุดหนุนอีกประมาณ 10 บาทต่อถัง

    จากปัจจุบันเงินกองทุน LPG มีเหลืออยู่ 551 ล้านบาท จึงคาดว่าจะใช้เงินสำหรับมาตรการดังกล่าวเพียง 300 ล้านบาท หากสถานการณ์ราคา LPG โลกเป็นไปตามที่ประเมินไว้ คือ ราคาจะเริ่มทยอยปรับลดลงจากสภาพอากาศที่เข้าสู่ฤดูร้อนทำให้ความต้องการใช้ LPG น้อยลงและส่งผลให้ราคาปรับลงด้วย 

    โดยปัจจุบันราคา LPG โลกอยู่ที่ 543 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน ลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ 580 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน อย่างไรก็ตามหากราคา LPG โลกผันผวนปรับสูงขึ้นทำให้เงินกองทุน LPG หมดลง ทางสถาบันบริหารกองทุนน้ำมันสามารถพิจารณากู้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้

    อย่างไรก็ตามมาตรการดังกล่าวเป็นการตรึงเฉพาะLPGภาคครัวเรือน(ก๊าซหุงต้ม) เนื่องจากราคา LPGภาคขนส่งในปัจจุบันยังถูกกว่าราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลมาก จึงไม่จำเป็นต้องลดราคาในภาคขนส่งแต่อย่างใด 

    ด้านนายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กล่าวว่า เงินกองทุน LPG จะไปชดเชยตั้งแต่ต้นทางที่คลังก๊าซLPG เพื่อให้ราคาจำหน่ายปลีกในประเทศปรับลดลง โดยจะยึดราคาขายปลีก 363 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัมเป็นตัวตั้ง โดยใช้เงินกองทุน LPG เป็นตัวปรับเปลี่ยนเพื่อให้ราคาขายปลีกอยู่ในระดับดังกล่าว 

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวด้วยว่า กบง.ยังมีมติตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ซึ่งมีผลทันที โดยจะนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปัจจุบันเหลืออยู่ 30,505 ล้านบาท มาช่วยพยุงราคาดีเซล ซึ่งคาดว่าหากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกไม่เกิน 90 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล กองทุนฯจะสามารถดูแลราคาดีเซลได้เป็นเวลา 10 เดือนจากนี้

    อย่างไรก็ตามมาตรการตรึงราคาดีเซล 30 บาทต่อลิตร เป็นมาตรการระยะสั้นซึ่งจะดำเนินการไปจนกว่าจะเปิดจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซลB20(น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์ม 20%ทุกลิตร) ที่มีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไป 3 บาทต่อลิตร โดยดีเซลปัจจุบันอยู่ที่ 29.79 บาทต่อลิตร แต่หลังจากนั้นหากราคาดีเซลยังเกิน 30 บาทต่อลิตร กระทรวงพลังงานจะใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ ช่วยพยุงราคาเพียงครึ่งเดียวของราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น 

    อย่างไรก็ตามในอดีตที่ผ่านมา การดูแลราคาดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร จะเริ่มจากการใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ ไปพยุงราคาก่อน แต่เมื่อกองทุนฯ หมดลง ก็จะเริ่มหันไปปรับลดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง ซึ่งปัจจุบันตอนนี้มีการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันอยู่ที่ 5.80 บาทต่อลิตร  แต่ถ้าเงินกองทุนฯรอบนี้หมดจะต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง

     

  • Date : 24 / 05 / 2018
    แนะเติมน้ำมันปั๊มที่ขายถูก หลังให้มีการแจ้งปรับราคาล่วงหน้า

    รมว. พลังงานแนะประชาชนเทียบราคาน้ำมันก่อนเติม โดยรัฐยังส่งเสริมให้มีการแข่งขันอย่างเสรี ด้าน ปตท.พร้อมประกาศราคาน้ำมันล่วงหน้า 1 วัน ก่อนปรับจริง ยืนยันไม่ตั้งราคาขายสูงกว่าคู่แข่ง

    นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีโลกออนไลน์แชร์ข้อความต่อต้านค่ายน้ำมัน ปตท. โดยให้งดเติมน้ำมัน ปตท. 7 วัน ว่า กระทรวงพลังงานมีนโยบายส่งเสริมให้เกิดการแข่งในตลาดค้าปลีกน้ำมันอยู่แล้ว และทุกค่ายต้องจำหน่ายน้ำมันให้ได้ตามมาตรฐานที่กรมธุรกิจพลังงานควบคุมดูแล ดังนั้น ปัจจุบันทุกค่ายเท่าเทียมกันในด้านมาตรฐานน้ำมัน โดยให้ผู้บริโภคเป็นผู้พิจารณาเลือกใช้บริการตามความต้องการ หากค่ายน้ำมันไหนจำหน่ายราคาน้ำมันถูก ก็เติมของค่ายนั้น ซึ่งขณะนี้กระทรวงพลังงานได้ผ่อนผันให้ผู้ค้าน้ำมันประกาศราคาน้ำมันล่วงหน้าก่อนปรับราคาได้ 1 วัน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบราคาจำหน่ายได้

    “ท่านสามารถเลือกใช้น้ำมันค่ายไหนก็ได้ หากปั๊มไหนขายถูกกว่าก็ขอให้เลือกใช้ยี่ห้อนั้น ไม่จำเป็นต้องเติม ปตท. ถ้าหาก ปตท.ขายแพงกว่ายี่ห้ออื่น ถือเป็นการแข่งขันทางธุรกิจที่ ปตท.ก็ต้องแข่งขันด้วย ซึ่งที่ผ่านมาพยายามไม่ให้เกิดการชี้นำตลาด (ด้วยมาตรการไม่ให้ประกาศราคาน้ำมันขึ้น-ลง ล่วงหน้า – ENC) แต่คงต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งยากพอสมควร ดังนั้น ช่วงวิกฤติน้ำมัน กระทรวงพลังงานจึงชะลอมาตรการออกไปก่อน โดยให้ผู้ค้าน้ำมันสามารถประกาศราคาน้ำมันล่วงหน้าได้ 1 วัน” รมว. พลังงานกล่าว

    นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าว ยืนยันว่า ปตท. ไม่มีนโยบายตั้งราคาสูงกว่าค่ายน้ำมันรายอื่น ซึ่งดำเนินการตามนโยบายนี้มาตลอด และที่ผ่านมา ปตท. ปรับขึ้นราคาน้ำมันช้ากว่ารายอื่นด้วย เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค และ ปตท.ยินดี หากผู้บริโภคจะเลือกใช้บริการห้องน้ำหรือบริการอื่นๆ เนื่องจาก ปตท.รักษามาตรฐานการจำหน่ายน้ำมัน และการให้บริการอื่นๆ รวมถึงห้องน้ำด้วย

    นอกจากนี้ ปตท.พร้อมกลับมาประกาศราคาน้ำมันล่วงหน้า 1 วันก่อนการเปลี่ยนแปลงราคา โดยจะเริ่มในการปรับราคาครั้งต่อไปทันที

    ทั้งนี้ ปตท. ได้เผยแพร่ข้อความบนเฟสบุ๊คเพจ PTT News ยืนยันปรับราคาน้ำมันตามตลาดโลกและผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้ โดย นายสุชาติ ระมาศ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่การตลาดขายปลีก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันเบนซินปรับขึ้นกว่า 8 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จาก 84 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และน้ำมันดีเซลปรับขึ้นกว่า 6 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จาก 86 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ยืนยันว่าราคาขายปลีกได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างสอดคล้องกัน ซึ่งผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องได้จากเว็บไซด์ของ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และ ปตท. ไม่มีนโยบายจำหน่ายน้ำมันในราคาที่แพงกว่าผู้ค้าน้ำมันรายอื่นในท้องตลาด

    และนอกจากนี้ สถานีบริการของปตท. กว่า 1,500 แห่ง นั้น เป็นของ ปตท. ประมาณ 150 แห่ง หรือเพียง 10% โดยสถานีบริการส่วนใหญ่เป็นของ SME ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ ปตท. ที่ต้องการช่วยสร้าง SME ให้เข้มแข็งเพื่อร่วมเติบโตและดูแลสังคมชุมชนไปด้วยกัน และสำหรับกรณีที่มีกลุ่มคนที่มีการแชร์ข้อมูลเท็จตามที่ปรากฏอยู่ในสื่อต่างๆ ในปัจจุบันนั้น ปตท. จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ข้อความที่แชร์กันในสังคมออนไลน์ ที่มีการเปรียบเทียบราคาน้ำมันว่า ปตท. จำหน่ายแพงกว่ารายอื่น โดยเฉพาะในช่วงที่ไม่มีการประกาศราคาน้ำมันล่วงหน้า เป็นข้อมูลที่บิดเบือน เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบราคาน้ำมันแต่ละค่ายในวันที่ต่างกัน ทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่า ปตท. จำหน่ายแพงกว่ารายอื่น ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดทาง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  ซึ่ง ปตท. อาจจะฟ้องร้องตามกฎหมาย

    ส่วนกรณีที่มีการแชร์ข้อความไม่ให้เติมน้ำมัน ปตท. 7 วันนั้น ทาง ปตท. อาจจะทำการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเช่นกัน เพื่อให้ทราบถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากประชาชนไม่เติมน้ำมัน 7 วัน ทั้งนี้ เพื่อวางแผนรับมือในอนาคตต่อไป

    อย่างไรก็ตาม จากสถิติการจำหน่ายน้ำมันที่ผ่านมานับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2561 พบว่าค่ายน้ำมันต่างชาติได้จำหน่ายน้ำมันแพงกว่า ปตท. โดยจำหน่ายน้ำมันเบนซินแพงกว่า ปตท. เป็นระยะเวลาถึง 100 วัน ส่วนดีเซลแพงกว่าเป็นระยะเวลา 30 วัน     

    ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC) รายงานว่า สำหรับข้อความที่แชร์เปรียบเทียบราคาน้ำมันพบว่า มีการนำราคาน้ำมัน ปตท. ของวันที่ 17 พ.ค. 2561 มาเปรียบเทียบกับราคาน้ำมันของค่ายอื่นในวันที่ 10-11 พ.ค. 2561 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต่างกัน และราคาน้ำมันจึงแตกต่างกัน

  • Date : 24 / 05 / 2018
    "ศิริ" ย้ำค่าไฟปี 2561 ไม่ปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน

    รัฐมนตรีพลังงาน ยัน ค่าไฟฟ้าปีนี้ไม่ปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน โดยราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นในปัจจุบันจะมีผลต่อราคา ก๊าซฯ ซึ่งใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าช่วงต้นปี 2562  ซึ่งประธาน กกพ. รับนโยบายพร้อมดูแลค่า FT ให้มีการปรับตามต้นทุนที่เหมาะสม

    นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมานี้ว่า จะยังไม่ส่งผลกระทบต่อราคาก๊าซธรรมชาติซึ่งใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า และค่าไฟฟ้าในส่วนของค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือ ค่า FT ภายในปี 2561 นี้ แต่อาจจะกระทบต่อราคาก๊าซฯ ในช่วงต้นปี 2562  ซึ่ง คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะต้องไปพิจารณาดูรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป  

    ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา จากประมาณ 60 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล มาอยู่ระดับประมาณ 80 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล หรือปรับขึ้นโดยเฉลี่ย 4 บาทต่อลิตร และเป็นส่วนของราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล 3.20 บาทต่อลิตร ในขณะที่ราคาก๊าซ LPG ตลาดโลกก็ปรับสูงขึ้น จนมีผลต่อราคา LPG ในประเทศเช่นกัน คือจาก 353 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม มาอยู่ที่ 393 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม หรือปรับขึ้น 40 บาท 

    ดังนั้น เพื่อเป็นการลดภาระค่าครองชีพประชาชน กระทรวงพลังงานจึงจะออกมาตรการมาช่วยเหลือผู้บริโภคเพื่อให้ราคา LPG ปรับลดลง โดยจะพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในวันที่ 24 พ.ค. 2561 ในช่วงเวลา 16.00 น.

    นายพรเทพ ธัญญพงศ์ชัย ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า กกพ.จะพยายามดูแลไม่ให้มีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าในปี 2561 นี้ตามนโยบายของรัฐมนตรีพลังงาน ซึ่งที่ผ่านมา กกพ. ได้พิจารณาค่า FT อย่างเหมาะสม โดยยึดหลักการสะท้อนต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่แท้จริง พร้อมกับดูแลความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจและสังคมด้วย ซึ่งในปี 2561 นี้ ได้ใช้วิธีการเกลี่ยค่าเชื้อเพลิงตลอดทั้งปีเพื่อไม่ให้ค่าไฟฟ้าปรับสูงเกินไป และดูแลค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับเหมาะสม และจะพยายามดูแลให้ดีที่สุดต่อไป

    สำหรับค่า FT ตั้งแต่ ม.ค.-ส.ค. 2561 ยังเป็นค่า FT ที่ติดลบอยู่ในอัตรา -15.90 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.5966 บาทต่อหน่วย

     

บทความ อ่านบทความทั้งหมด