• Date : 15 / 12 / 2017
    ข่าวล่าสุด
    ปลัดพลังงาน ลงนามต่อหน้าสื่อ ประกาศนโยบาย No Gift policy

    ปลัดพลังงาน “ธรรมยศ ศรีช่วย” ลงนามออกประกาศ ต่อหน้าสื่อมวลชน “ ขอความร่วมมืองดรับของขวัญของข้าราชการกระทรวงพลังงาน” โดยออกแนวทางปฏิบัติให้งดรับของขวัญมูลค่าเกิน 3,000 บาท และงดให้ของขวัญข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อเน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต  ด้าน“ศิริ จิระพงษ์พันธ์”รัฐมนตรีพลังงาน ระบุจับมือ กฟผ.และปตท.เตรียมมอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร เป็นของขวัญปีใหม่ประชาชน โดยจะเสนอ ครม.พิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป

    วันที่ 15 ธ.ค. 2560 นายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้ลงนามในประกาศกระทรวง “ขอความร่วมมืองดรับของขวัญของข้าราชการกระทรวงพลังงาน” ตามนโยบายเรื่อง “Open Office, No Gift policy- เปิดเผย โปร่งใส มีน้ำใจ ไม่รับของกำนัล”  โดยเป็นการลงนามต่อหน้าสื่อมวลชน ในระหว่างงาน "พลังงานพบสื่อมวลชน " ครั้งที่ 2 โดยได้ออกแนวทางให้ข้าราชการกระทรวงพลังงาน ปฏิบัติร่วมกัน ดังนี้ 1.งดรับของขวัญที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท จากบุคคลหรือหน่วยงาน 2.งดการให้ของขวัญแก่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชา   

    นายธรรมยศ กล่าวว่า การลงนามดังกล่าวเพื่อเน้นย้ำให้บุคลากรกระทรวงพลังงานปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งการสร้างทัศนคติและวัฒนธรรมที่ไม่ทนต่อการทุจริต โดยที่ผ่านมาในโอกาสเทศกาลต่างๆ หน่วยงานราชการจะมีการรับมอบของขวัญจากบริษัท ห้างร้าน หรือ หน่วยงานเอกชนต่างๆ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่อาจจะไม่สอดคล้องกับนโยบายข้างต้นดังกล่าว

    นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า No Gift policy ว่า เป็นความต่อเนื่อง จากเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา ที่ได้ไปร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน  ซึ่งมีแคมเปญเรื่อง " zero tolerance " คือคนไทยจะไม่ทนต่อการทุจริต  โดยดัชนีชี้วัดเรื่องของการคอร์รัปชั่นเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆนั้น ไทยยังอยู่ในกลุ่ม 120ประเทศ ที่มีคะแนน ต่ำกว่า 50% ภาครัฐจึงต้องช่วยกันที่จะทำให้ประเทศ ก้าวพ้นจากกลุ่มดังกล่าว ให้ได้โดยเร็ว   จึงได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงพลังงาน ไปหารือเรื่องมาตรการในส่วนของกระทรวงพลังงาน ที่จะสร้างวัฒนธรรมใหม่ในการทำงาน ที่จะไม่ไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต คอร์รัปชั่นร่วมกัน โดยเริ่มจากการ งดรับของขวัญและของกำนัล หรือ No Gift policy

    นายศิริ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ในส่วนของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเน้นหลักการ “แจกให้ทั่ว ลงให้ถึง” คือเป็นของขวัญที่ประชาชนต้องได้รับอย่างทั่วถึงและลงลึกไปถึงเกษตรกร นั้น ทางกระทรวงพลังงานได้ร่วมกับรัฐวิสาหกิจในกำกับดูแล ทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)และบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ในการกำหนดเป็นมาตรการออกมาช่วยเหลือเกษตรกร  ซึ่งรายละเอียดจะนำเสนอต่อ ครม.ในการประชุมครั้งต่อไป และทางโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะมีการแถลงให้ประชาชนได้รับทราบ รวมเป็นแพคเกจเดียวกันกับกระทรวงอื่นๆ 

  • Date : 15 / 12 / 2017
    พลังงาน ขอความร่วมมือ โรงงานB100 ผู้ค้ามาตรา7ช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ 1แสนตันต่อเดือน

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานขอความร่วมมือผู้ผลิตน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์(B100) ผู้ค้ามาตรา7 ช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตและเก็บสต็อกเพิ่ม เพื่อให้สามารถดูดซับ น้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ออกจากตลาด ได้ประมาณ 100,000 ตันต่อเดือน หวังช่วยแก้ปัญหาปาล์มล้นตลาดในฤดูกาลนี้ ในขณะที่เตรียมมาตรการบริหารระยะยาว ให้บริษัทน้ำมันสามารถผลิตดีเซล บี 7 ได้ตลอดทั้งปี ระบุมาตรการแก้ปัญหาด้วยการนำน้ำมันปาล์มดิบไปเผาเป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้า เป็นแนวทางที่สร้างผลกระทบ และได้ไม่คุ้มเสีย

    นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในการแถลงข่าว "พลังงานพบสื่อมวลชน" ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2560 ถึงมาตรการบริหารจัดการน้ำมันปาล์มดิบล้นตลาดในฤดูกาลนี้ ว่า   กระทรวงพลังงานรับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในการช่วยดูดซับปริมาณน้ำมันปาล์มดิบ(CPO) ออกจากตลาดในปริมาณ 100,000-150,000 ตัน จากปริมาณน้ำมันปาล์มดิบที่มีมากกว่าความต้องการใช้อยู่ประมาณ 500,000 ตัน   โดยได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ผลิตน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์(B100) และผู้ค้ามาตรา7ที่จะนำB100 ไปผสมในน้ำมันดีเซล เป็นน้ำมันดีเซล B7 ให้เพิ่มปริมาณการผลิตและการเก็บสต็อก ขึ้น รวมประมาณ 100,000 ตัน ต่อเดือน

    ทั้งนี้ ปัจจุบันโรงงานมีการนำCPO ไปผลิตเป็น B100 อยู่ประมาณ 105,000 ตันต่อเดือน ได้ปริมาณ B100  อยู่ที่ประมาณ 4.0 ล้านลิตรต่อวัน และมีการเก็บสต็อกเอาไว้ในผู้ค้ามาตรา 7 และมาตรา10 อยู่ที่ 92 ล้านลิตรต่อวัน (ข้อมูล 5 ธ.ค.2560)  ในขณะที่ กำลังการผลิตB100 ยังสามารถเพิ่มได้ถึง 6.6 ล้านลิตรต่อวัน  ดังนั้น การดูดซับCPO ให้ได้ 100,000 ตันต่อเดือน จึงสามารถทำได้ โดยเพิ่มปริมาณการผลิตในโรงงานขึ้นได้อีกประมาณ 2 ล้านลิตรต่อวัน  (คิดเป็น CPO ประมาณ 50,000 ตันต่อเดือน)  โดย B100 ที่ผลิต เพิ่มขึ้น จะส่งขายให้กับผู้ค้ามาตรา 7 และมาตรา10 เพื่อนำไปเก็บเป็นสต็อก ได้อีก 60 ล้านลิตร   รวมเป็น สต็อกที่จะต้องเก็บไว้ 152 ล้านลิตร หรือประมาณ 90% ของความจุถัง

    สำหรับ CPO ที่เหลืออีก 50,000 ตัน จะให้โรงงานผลิตB100  เป็นผู้ที่เก็บสต็อกเพิ่ม   โดยมาตรการบริหารจัดการCPO ดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดีเซล และกระทบต่อผู้ประกอบการ เนื่องจากเป็นการซื้อ CPO ในราคาต่ำ อยู่ที่ประมาณ 19 บาทต่อลิตร

    นายศิริ กล่าวตอบคำถามถึงการคาดการณ์ถึงผลผลิตปาล์มน้ำมัน ที่จะออกสู่ตลาดในฤดูกาล ใหม่ ที่จะมีปริมาณที่มากขึ้นและจะทำให้ การดูดซับ น้ำมันปาล์ม และการระบายสต็อกน้ำมันปาล์มที่มีอยู่เดิม มีปัญหา ว่า กระทรวงพลังงาน มีการเตรียมมาตรการ ที่จะแก้ปัญหาในระยะยาว  โดยพยายามที่จะบริหารสต็อกB100  เพื่อให้ เป็นน้ำมันดีเซลB7 ได้ตลอดทั้งปี จากในปีนี้ สามารถที่จะผสมเป็น ดีเซล B7 ได้ตั้งแต่ เดือน พ.ค. 2560 จนถึงปัจจุบัน เท่านั้น  

    ทั้งนี้ หากสามารถผสมB100 เป็นดีเซล B7 ได้ตลอดทั้งปี จะช่วยเพิ่มปริมาณการใช้CPO ได้เพิ่มขึ้น จากประมาณ 8แสนตันต่อปี เป็นประมาณ 1.2ล้านตันต่อปี  ซึ่งจะทำให้การผลิตปาล์มน้ำมันในระยะยาว เป็นไปเพื่อเป้าหมายการเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ  แทนการใช้เพื่อการบริโภค นอกจากนี้ ยังมีแนวทางที่จะออกน้ำมันดีเซลเกรดพิเศษ คือ ดีเซล B20 เพื่อนำมาใช้เฉพาะเครื่องจักรดีเซลในโรงงาน 

    สำหรับแนวทางการนำน้ำมันปาล์มดิบ ไปผสมน้ำมันเตาเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง ในโรงไฟฟ้าของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)  นั้น ได้รับรายงานจาก กฟผ. ว่าเป้นแนวทางที่ได้ไม่คุ้มเสีย โดยช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มดิบได้ประมาณ 10,000-15,000 ตัน คิดเป็นเงินที่ช่วยเกษตรกรได้ประมาณ 35 ล้านบาท  แต่เกิดภาระกับผู้ใช้ไฟฟ้า จากต้นทุนค่าเอฟที ที่เพิ่มขึ้น ประมาณ 450 ล้านบาท  จึงเป็นมาตรการที่ได้ไม่คุ้มเสีย

  • Date : 15 / 12 / 2017
    " ศิริ " คาดออกทีโออาร์ประมูล เอราวัณ บงกช ได้ ก.พ.2561
    รัฐมนตรีพลังงาน“ศิริ จิระพงษ์พันธ์”  พร้อมออกประกาศเงื่อนไขการประมูล(TOR) สัมปทานปิโตรเลียมหมดอายุแหล่งเอราวัณและบงกชได้ในเดือน ก.พ. 2561 ชี้หากทุกอย่างมีความชัดเจน จะทำให้ทราบผลผู้ชนะ เร็วกว่า7เดือน ระบุเรื่องดังกล่าวเป็นงานสำคัญเร่งด่วนเพราะเป็นดัชนีชี้วัดผลงานกระทรวงพลังงานว่าสอบผ่านหรือสอบตก  โดย 16 ธ.ค. 2560 นี้นัดหมายปลัดกระทรวงและอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สรุป 5 องค์ประกอบสำคัญของการประมูล ก่อนประกาศเป็นหลักการ ในเดือน ม.ค. 2561 
     
    นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเร่งกระบวนการเปิดประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุ(แหล่งเอราวัณหมดอายุปี 2565 และบงกช หมดอายุปี 2566) โดยจะเรียกประชุมร่วมกับนายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน,นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และคณะทำงานจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ในวันที่ 16 ธ.ค. 2560 นี้ เพื่อหารือให้ได้ข้อสรุปในรายละเอียดการเตรียมความพร้อมเปิดประมูลดังกล่าว 
     
    ทั้งนี้กระทรวงพลังงานคาดว่าจะประกาศหลักการเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียมหมดอายุที่ชัดเจนในเดือน ม.ค. 2561 จากนั้นจะออกเอกสารเงื่อนไขการประมูล หรือ TOR ในเดือน ก.พ. 2561 ก่อนเปิดประมูลจริงต่อไป โดยคาดว่าหากทุกอย่างมีความชัดเจน อาจจะรู้ผลผู้ชนะประมูลได้เร็วกว่า7-8เดือน ภายหลังจากการออกประกาศ TOR  
     
    นายศิริ กล่าวว่า การเปิดประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมหมดอายุ เพื่อหาผู้ประมูลมาดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมให้ประเทศต่อเนื่องนี้ ถือเป็นตัวชี้วัดผลงานของกระทรวงพลังงานว่าจะสอบผ่านหรือสอบตก 
     
    ด้านนายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า ในการประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดประมูลแหล่งสัมปทานหมดอายุ ด้วยระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต(PSC) วันที่ 16 ธ.ค. 2560 นี้ จะหารือ 5 องค์ประกอบสำคัญของการประมูลในครั้งนี้ ได้แก่
    1.ข้อมูลปริมาณสำรองและปริมาณการผลิตในระดับความเป็นไปได้ที่ต่างกัน คือ ระดับความเป็นไปได้ว่ามีสำรองแน่นอน(Proved), ระดับที่คาดว่าจะมีสำรอง(Probable) และระดับสำรองในแหล่งที่ยังไม่ได้สำรวจ(Contingent Resource) 
    2.การรื้อถอนแท่นผลิตที่ไม่จำเป็น รวมถึงไม่ต้องการเก็บและการโอนแท่นที่ยังต้องการเก็บไว้ใช้งาน และต้องหารือในรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายการรื้อถอนแท่นที่ยังต้องการเก็บไว้ใช้งาน รวมถึงหลักการและข้อตกลงสำหรับการโอนแท่นผลิต และค่าใช้จ่ายการรื้อถอนสำหรับแท่นผลิตที่ต้องการเก็บไว้ใช้งาน ระหว่างผู้รับสัมปทานปัจจุบัน รัฐ และผู้ชนะประมูลภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิตและการทำสัญญาการโอนดังกล่าว เป็นต้น
    3.มาตรการที่สนับสนุนให้ผู้รับสัมปทานปัจจุบันลงทุนเพื่อรักษาระดับการผลิตจนสิ้นสุดอายุสัมปทาน 
    4.มาตรการที่สนับสนุนให้ผู้ชนะประมูลภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิตลงทุน เพื่อรักษาระดับการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อเริ่มสัญญาใหม่
    และ5.หลักการเกี่ยวกับราคาก๊าซธรรมชาติและผู้ซื้อ

บทความ อ่านบทความทั้งหมด