แห่ยื่นของบกองทุนอนุรักษ์ฯ ปี63 รวมกว่า 2 หมื่นล้าน พร้อมประกาศผลทางเว็บไซต์ 1 ก.ค.นี้

ปิดรับข้อเสนอโครงการขอสนับสนุนเงินกองทุนอนุรักษ์พลังงานปี 2563 เบื้องต้นมีผู้ยื่นโครงการรวมมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท เกินกว่า กรอบวงเงินที่ตั้งไว้เพียง 5,600 ล้านบาท โดยคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯที่มีปลัดพลังงานเป็นประธาน เตรียมพิจารณาโครงการให้จบใน 1 เดือน ก่อนนำเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีรองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นประธานอนุมัติภายในมิ.ย. 2563 และมีการประกาศรายชื่อโครงการที่ผ่านการอนุมัติทางเว็บไซต์สู่สาธารณะเป็นครั้งแรก 1 ก.ค.นี้

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ประจำปี 2563 ได้ปิดรับข้อเสนอโครงการเพื่อขอใช้งบกองทุนฯ ในวันที่ 18 พ.ค. 2563 เบื้องต้นมีผู้เสนอขอเข้าร่วมโครงการฯ รวมเป็นมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท จากวงเงินกองทุนฯปี 2563 จำนวน 5,600 ล้านบาท โดยหลังจากนี้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการฯ ที่มีนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน จะไปกำหนดเกณฑ์การพิจารณาโครงการแบบละเอียด เพื่อเลือกโครงการที่ตรงตามหลักเกณฑ์ให้เข้าร่วมขอใช้งบกองทุนฯได้

โดยคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาโครงการประมาณ 1 เดือน ก่อนเสนอโครงการที่ผ่านเกณฑ์ให้กับคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พิจารณาในกลางเดือนมิ.ย. 2563 และจากนั้นจะประกาศรายชื่อผู้ได้เข้าร่วมโครงการทางเว็บไซต์สู่สาธารณะเป็นครั้งแรก ในวันที่ 1 ก.ค. 2563 นี้เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและช่วยกันติดตามการดำเนินโครงการ

ทั้งนี้ยืนยันว่าจะไม่ให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงกองทุนฯ โดยหากใครใช้อำนาจทางการเมืองยุ่งกับกองทุนฯ ขอให้ร้องเรียนเข้ามายังกระทรวงพลังงาน

สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาจะให้ความสำคัญกับการใช้เงินเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงโครงการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาภัยแล้ง เช่น โครงการโซลาร์สูบน้ำ จะพิจารณาว่านำเงินไปใช้เพื่ออะไร เกิดประโยชน์อย่างไร และหัวใจสำคัญต้องแก้ปัญหาภัยแล้ง และแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เป็นต้น

โดยกระบวนการพิจารณาโครงการกองทุนฯในปี 2563 นี้มีการตั้งอนุกรรมการกองทุนฯย่อยถึง 4 ชุด ได้แก่ 1.คณะอนุกรรมการกองทุนฯ ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์นโยบายให้สอดคล้องกับนโยบายคณะกรรมการกองทุนฯชุดใหญ่ที่มีรองนายกรัฐมนตรีประธาน 2.คณะอนุกรรมการกลั่นกรองกองทุนฯ ที่มีปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน พิจารณาหลักเกณฑ์และโครงการ 3. คณะอนุกรรมการติดตามประเมินผล ซึ่งจะวัดผลก่อนและหลัง การใช้เงิน และ 4. คณะอนุกรรมการปรับปรุงโครงสร้างสำนักงานกองทุนฯ เพื่อให้กองทุนฯมีประสิทธิภาพในการดำเนินงานมากขึ้น จากเดิมที่มี อนุกรรมการเพียง 2 ชุดเท่านั้น(1.คณะอนุกรรมการกองทุนฯและคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง)

สำหรับ โครงการในอดีตที่ติดปัญหาความไม่โปร่งใสหรือมีคดีความจะถูกขึ้นบัญชีดำ ไม่ให้เข้าร่วมโครงการจนกว่าโครงการที่มีปัญหานั้นๆจะไปดำเนินการให้เกิดความชัดเจนก่อน

 ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC) รายงานว่า โครงการที่ยื่นเสนอขอการสนับสนุนเงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในปี 2563 เป็นที่จับตามองจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน โดยมีการวิจารณ์ว่า จะมีการจัดสรรงบอย่างไม่โปร่งใสไปให้กับ สส.ในพรรคพลังประชารัฐ เพื่อดึงเข้ามาอยู่ในกลุ่ม ซึ่งทำให้นายสนธิรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะที่เป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ต้องออกมาชี้แจงยืนยันถึงกระบวนการพิจารณาโครงการที่มีความโปร่งใส

ทั้งนี้วงเงินภายใต้งบประมาณปี 2563 มีการปรับลดกรอบวงเงิน จาก 10,000 ล้านบาท เหลือ 5,600 ล้านบาท โดยโครงการที่มีการจัดสรรงบมากที่สุด คือกลุ่มงานสนับสนุนลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มเศรษฐกิจฐานราก ที่มีการเพิ่มเติมเข้ามาใหม่ จำนวนรวม 3,600 ล้านบาท  แบ่งเป็นภายใต้แผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานวงเงิน1,500 ล้านบาท และภายใต้แผนพลังงานทดแทนอีก 2,100 ล้านบาท

สำหรับ โครงการพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ตามนโยบายพลังงานเพื่อทุกคน ได้มอบให้“สำนักงานการมีส่วนร่วมของประชาชน ” ภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงานเป็นผู้กำหนด หลักเกณฑ์และเงื่อนไขสนับสนุนและเปิดช่องให้เฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้เสนอของบ  ส่วนโครงการอื่นๆ ทางสำนักงานกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์

โดยมีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่าโครงการโซลาร์สูบน้ำและ โซลาร์โฮม จะเป็นโครงการที่มีการยื่นขอสนับสนุนเข้ามามากที่สุด  เพราะทำได้เร็วและบวกกำไรได้มาก เนื่องจากมีการประเมินราคาแผงโซลาร์เซลล์ไว้สูงกว่าราคาตลาด