- Advertisment-

เอ็กโก กรุ๊ป เผยผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 ยังแข็งแกร่งและสามารถสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายหลากหลายปัจจัย พร้อมทุ่มงบประมาณ 30,000 ล้านบาท เดินหน้าลงทุนตามแผนในปี 2567 เพื่อขยายกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มอีก 1,000 เมกะวัตต์  พร้อมขับเคลื่อนองค์กรมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero

เอ็กโก กรุ๊ป รายงานผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนของปี 2566 ยังคงแข็งแกร่ง ท่ามกลางปัจจัยท้าทาย ทั้งจากนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดของรัฐบาลทั่วโลกเพื่อสกัดอัตราเงินเฟ้อ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กดดันราคาเชื้อเพลิง ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจโลกที่ค่อนข้างซบเซาในช่วงต้นปี แม้เริ่มมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้นในไตรมาสที่ 3 โดยเอ็กโก กรุ๊ป สามารถบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้า ต้นทุนเชื้อเพลิง และความเสี่ยงในการลงทุนอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนบริหารจัดการโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนงาน ขณะที่ไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากปัจจัยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ทำให้สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง มีรายได้รวม 44,628 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงาน 7,526 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,855 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565

ในปี 2566 เอ็กโก กรุ๊ป ประสบความสำเร็จในการขยายการลงทุนในสหรัฐอเมริกา โดยสามารถปิดดีลซื้อหุ้น 49% ในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง “ไรเซ็ก” กำลังผลิต 609 เมกะวัตต์ และลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นเพื่อเข้าถือหุ้นสัดส่วน 50% ใน “พอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าคัมแพซ” ซึ่งเป็นพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว จำนวน 3 แห่ง กำลังผลิตรวม 1,304 เมกะวัตต์ ซึ่งจะส่งผลให้เอ็กโก กรุ๊ป มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นในสหรัฐฯ ทั้งหมด 1,443 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นประมาณ 20% ของกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นของเอ็กโก กรุ๊ปทั้งหมด 7,067 เมกะวัตต์

- Advertisment -

ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566 เอ็กโก กรุ๊ป ได้ต่อยอดธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียน ด้วยการซื้อหุ้น 30% ในบริษัท พีที จันทรา ดายา อินเวสตาสิ (ซีดีไอ) บริษัทโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค ในเครือบริษัท พีที จันทรา อศรี ปิโตรเคมีคอล  ทีบีเค (จันทรา อศรี กรุ๊ป) ผู้นำในธุรกิจเคมีและโครงสร้างพื้นฐานในประเทศอินโดนีเซีย ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 6,800 ล้านบาท ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ 2 แห่ง โรงงานผลิตและบำบัดน้ำ รวมทั้งท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์เคมี

การลงทุนในสหรัฐฯ และอินโดนีเซียสอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะสั้นของเอ็กโก กรุ๊ป ที่มุ่งเน้นการเข้าซื้อหุ้นในโครงการที่มีคุณภาพสูงและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว เพื่อสร้างผลตอบแทนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงาน

สำหรับการดำเนินงานในประเทศ เอ็กโก กรุ๊ป ได้เปิดให้บริการ “ระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” (TPN) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 80,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ตลอดจนช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งน้ำมันมายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งลดปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุบนถนน

ระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TPN)

ขณะเดียวกัน เอ็กโก กรุ๊ป ยังประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้กรีนบอนด์ต่อนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่เป็นครั้งแรก มูลค่ารวม 7,000 ล้านบาท โดยเฉพาะหุ้นกู้อายุ 15 ปี ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA+ จากทริสเรทติ้ง โดยมีธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทำหน้าที่เป็น Joint Green Structuring Advisors และผู้จัดการการจัดจำหน่าย ซึ่งวงเงินที่ระดมทุนได้ในครั้งนี้ จะนำไปใช้ชำระคืนเงินทุนสำหรับโครงการเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมประเภทพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่เดิมของบริษัทและบริษัทในเครือ

สำหรับความคืบหน้าของโครงการต่าง ๆ คาดว่าโครงการก่อสร้าง “โรงไฟฟ้าเอ็กโก โคเจนเนอเรชั่น” (ส่วนขยาย) จ.ระยอง กำลังผลิต 74 เมกะวัตต์ จะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 1 ปี 2567 ตามกำหนด ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง “หยุนหลิน” ในไต้หวัน ที่ทยอยจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มอีก 19 ต้น รวมเป็น 33 ต้น คิดเป็นกำลังผลิต 264 เมกะวัตต์ ในปี 2566 นั้น จะสามารถก่อสร้างจนครบ 80 ต้น กำลังผลิตรวม 640 เมกะวัตต์ ได้ภายในปลายปี 2567 ตามแผนงาน ขณะที่โครงการพลังงานหมุนเวียนของ “เอเพ็กซ์” ในสหรัฐฯ ที่เอ็กโก กรุ๊ป ถือหุ้น 17.46% นั้น ณ เดือนตุลาคม 2566 มีการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ไปแล้ว 2 โครงการ กำลังผลิต 294 เมกะวัตต์ และมีโครงการที่กำลังก่อสร้าง 7 โครงการ กำลังผลิต 968 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะทยอยเดินเครื่องในไตรมาสที่ 4 ปี 2566 จนถึงปี 2568 โดยเอเพ็กซ์มีโครงการที่กำลังพัฒนาอีก 236 โครงการ กำลังผลิตรวมประมาณ 58,000 เมกะวัตต์

ในส่วนของทิศทางการลงทุนในปี 2567 เอ็กโก กรุ๊ป วางแผนใช้งบลงทุนจำนวน 30,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายจะเพิ่มกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นอีก 1,000 เมกะวัตต์ โดยกลุ่มประเทศเป้าหมายในการลงทุน คือ ประเทศที่เอ็กโก กรุ๊ป มีฐานการลงทุนอยู่แล้ว ได้แก่ ประเทศในกลุ่มอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว และประเทศในเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ออสเตรเลีย รวมถึงสหรัฐอเมริกา โดยจะเน้นการลงทุนในโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นในยุคการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน รวมถึงเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือกใหม่ เช่น ไฮโดรเจน ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว

สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำนั้น เอ็กโก กรุ๊ป มุ่งขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน “Cleaner, Smarter, and Stronger to Drive Sustainable Growth” ด้วยเป้าหมาย 3 ระยะ ได้แก่

เป้าหมายระยะสั้น ภายในปี 2573  ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ (Carbon Emissions Intensity) ลง 10% และเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (RE) เป็น 30%

เป้าหมายระยะกลาง ภายในปี 2583 บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral)

และเป้าหมายระยะยาว ภายในปี 2593 บรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)

โดยแนวทางการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 ได้แก่ การไม่ลงทุนในเชื้อเพลิงหรือโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่เพิ่มเติม การปรับปรุงโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักในพอร์ตโฟลิโอให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การนำไฮโดรเจนหรือแอมโมเนียมาเป็นเชื้อเพลิงผสมในการผลิตไฟฟ้า (Hydrogen co-firing หรือ Ammonia co-firing) การร่วมมือกับพันธมิตรในการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) หรือเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) การแสวงหาการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและพลังงานทางเลือก เช่น ไฮโดรเจน และ Hydrogen Value Chain ที่มีบทบาทมากขึ้นในอุตสาหกรรมไฟฟ้า และการเข้าร่วมตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิต (IREC) รวมถึงการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและฟื้นฟูป่าต้นน้ำเพื่อช่วยดูดซับคาร์บอน ผ่านการดำเนินงานของมูลนิธิไทยรักษ์ป่า องค์กรสาธารณกุศลที่เอ็กโก กรุ๊ป ก่อตั้งและสนับสนุนการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี

Advertisment