เล็งโยกโควต้าซื้อไฟที่เหลือจากโซลาร์ภาคประชาชน ไปให้โรงไฟฟ้าชุมชน

กระทรวงพลังงาน เล็งโยกโควต้าส่วนที่เหลือจากโครงการโซลาร์ภาคประชาชน 10,000 เมกะวัตต์ ไปให้โรงไฟฟ้าชุมชน ดำเนินการแทน หลังพบ5เดือนแรกยอดสมัครติดตั้งมีเพียง 685 กิโลวัตต์ จากเป้าหมาย 100,000 กิโลวัตต์ ( 100 เมกะวัตต์ )  โดยจะนำไปบรรจุไว้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า PDP 2018 ฉบับปรับปรุงใหม่  

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานกำลังพิจารณาปรับแผนโครงการโซลาร์ภาคประชาชน สำหรับปี 2563 ใหม่ หลังจากพบว่าแนวโน้มยอดติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชนในปี 2562 ปีแรกไม่ถึงเป้าหมาย 100 เมกะวัตต์ ตามที่กระทรวงพลังงานกำหนดเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้าปีละ 100 เมกะวัตต์ เป็นเวลา 10 ปี รวม 10,000 เมกะวัตต์    โดยจะนำไปพิจารณาปรับในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2561-2580(PDP2018)ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ที่จะมีความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้

ทั้งนี้จะยังมีการดำเนินโครงการโซลาร์ภาคประชาชนต่อไป แต่จะปรับเป้าหมายรับซื้อต่อปีให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น พร้อมนำปริมาณโควต้าโซลาร์ภาคประชาชน 10,000 เมกะวัตต์ ส่วนที่เกินความต้องการ ไปเฉลี่ยไว้ในโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนแทน เพราะโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนจะเป็นลักษณะการผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสานเชื้อเพลิง(Hybrid)ซึ่งสามารถใช้โซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าได้ด้วย  ส่วนราคารับซื้อไฟฟ้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชน 1.68 บาทต่อหน่วยนั้น กำลังพิจารณาว่าจะปรับใหม่หรือไม่ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานว่าต้องไม่กระทบต่อค่าไฟฟ้าโดยรวม

นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า ยอมรับว่าโครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่เปิดรับข้อเสนอมาตั้งแต่เดือน พ.ค.2562 มีผู้สนใจค่อนข้างน้อย ทำให้กกพ.กำลังพิจารณาทบทวนโครงการดังกล่าวเร็วๆนี้ โดยได้นำเสนอรายงานเบื้องต้นไปยังกระทรวงพลังงานแล้ว สำหรับ ณ วันที่ 30 ก.ย. 2562 มีผู้สมัครร่วมโครงการและได้ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว 121 ราย รวมประมาณ 685 กิโลวัตต์  ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปีนี้ 100,000 กิโลวัตต์

“หลักการสำคัญของนโยบายโซลาร์ภาคประชาชนคือต้องการให้ผลิตเองใช้เองเป็นหลัก ที่เหลือจึงจะขายผ่านระบบได้แต่พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดว่าเป็นการเน้นผลิตเพื่อขายไฟ ดังนั้นคงอยู่ที่นโยบายรัฐว่าจะปรับแนวทางอย่างไรซึ่งรวมถึงจะมีการเพิ่มราคาค่าไฟที่รับซื้อหรือไม่” นายเสมอใจกล่าว

สำหรับโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” กกพ.เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. 2562 เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนผู้ใช้พลังงาน ประเภทครัวเรือนขนาดเล็ก(ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่1) ได้ติดตั้งอุปกรณ์แผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท๊อป) เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง และนำส่วนเกินที่เหลือจากการใช้ ไปขายต่อให้กับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย (การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) โดยมีกำลังผลิตติดตั้งครัวเรือนละไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ (kWp) กำหนดอัตราราคารับซื้อไฟฟ้า ที่ 1.68 บาทต่อหน่วย โดยมีระยะเวลารับซื้อไฟฟ้ารวม 10 ปี ซึ่งโครงการในปี2562 จะกระจายครอบคลุมประมาณ 10,000-20,000 ครัวเรือน