เลิกจำหน่ายแก๊สโซฮอล์91 ภายในไตรมาส3ปีนี้ พร้อมหนุนใช้E20 ช่วยราคามันสำปะหลัง

กระทรวงพลังงานเตรียมประกาศยกเลิกจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 ออกเทน91 ภายในไตรมาส3ปี 2563 เพื่อลดชนิดน้ำมันกลุ่มเบนซินที่มีอยู่มากเกินไป   พร้อมหนุนใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 หรือน้ำมันเบนซินที่มีสัดส่วนเอทานอลผสมอยู่ประมาณ 20% ให้เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐานของประเทศ ที่จะช่วยเพิ่มปริมาณการใช้เอทานอลซึ่งผลิตได้ในประเทศให้มากขึ้น ทั้งนี้กรมธุรกิจพลังงานนัดหารือค่ายน้ำมันและโรงกลั่นเร็วๆนี้ เพื่อปรับเปลี่ยนน้ำมันเบนซินพื้นฐาน(Gasoline Base)ให้รองรับ E20 และวางมาตรการทางการเงินจูงใจรถยนต์และรถจักรยานยนต์หันมาใช้E20 โดยตั้งเป้าเพิ่มการใช้เอทานอลเป็น 7 ล้านลิตรต่อวันภายในปี 2563

ปัจจุบันน้ำมันกลุ่มเบนซินมีมากถึง5ชนิด ประกอบด้วย เบนซินออกเทน 95  แก๊สโซฮอล์ E10 ออกเทน91 แก๊สโซฮอล์ E10 ออกเทน95 แก๊สโซฮอล์ E20 และ  แก๊สโซฮอล์ E85  ซึ่งเป็นภาระต้นทุนให้กับผู้ค้าน้ำมันที่จะต้องมีถังเก็บบรรจุและหัวจ่ายเอาไว้ให้บริการ

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

โดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันนี้ (24 ม.ค.63)ว่า กระทรวงพลังงานโดยกรมธุรกิจพลังงาน เตรียมประกาศลดชนิดน้ำมันเบนซินในสถานีบริการลง โดยจะยกเลิกแก๊สโซฮอล์ E10 ออกเทน91 ภายในไตรมาส 3 ปี 2563 นี้ พร้อมผลักดันให้เกิดการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 หรือน้ำมันเบนซินที่มีสัดส่วนเอทานอลผสมอยู่ประมาณ 20% ให้เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐานของประเทศแทน

การยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91จะไม่มีผลกระทบต่อกลุ่มรถยนต์เก่าที่ใช้น้ำมันดังกล่าว เนื่องจากสามารถเปลี่ยนมาใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์95 ที่มีปริมาณค่าออกเทนสูงกว่าและคุณภาพดีกว่าได้ ในราคาที่แตกต่างกันเพียง 27 สตางค์ต่อลิตร

โดยปัจจุบัน(24 ม.ค. 2563)ราคาแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 26.65 บาทต่อลิตรและแก๊สโซฮอล์91 อยู่ที่ 26.38 บาทต่อลิตร ขณะที่ราคาแก๊สโซฮอล์E20 ราคาอยู่ที่ 23.64 บาทต่อลิตร

ในขณะที่การส่งเสริมการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 จะช่วยให้ราคามันสำปะหลังที่นำมาผลิตเป็นเอทานอล สูงขึ้นกว่าราคาปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 2.07 บาทต่อกิโลกรัม ภายในปี 2563 และช่วยดูดซับปริมาณเอทานอลจากกากน้ำตาลในระบบได้มากขึ้น โดยคาดว่าจะเพิ่มการใช้เอทานอลได้เพิ่มขึ้นอีก 2 ล้านลิตรต่อวัน จากปัจจุบันใช้อยู่ 4-5 ล้านลิตรต่อวัน รวมเป็น 7 ล้านลิตรต่อวัน ภายในปี 2563

ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานระบุว่าโรงงานเอทานอล ในปัจจุบันมีทั้งสิ้น 26 โรง กำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 6.275 ล้านลิตร แบ่งเป็นการผลิตจากมันสำปะหลัง 10 โรง กำลังการผลิต 2.2 ล้านลิตรต่อวัน, ผลิตจากกากน้ำตาล 11 โรง กำลังผลิต 2.66 ล้านลิตรต่อวัน และผลิตจากโรงไฮบริดที่ผลิตได้ทั้งกากน้ำตาลและมันสำปะหลัง 5 โรง กำลังผลิต 1.05 ล้านลิตรต่อวัน

นันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน

นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า จากการหารือเบื้องต้นกับทางโรงกลั่นน้ำมันพบว่า ยังมีความกังวลด้านการบริหารจัดการน้ำมันเบนซินพื้นฐาน(Gasoline Base หรือ G-Base) โดยเร็วๆนี้จะมีการหารือร่วมกันอีกครั้ง โดยการยกเลิกจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ 91 จะต้องยกเลิกการนำเข้า G-Base ของแก๊สโซฮอล์ 91ด้วย และให้โรงกลั่นผลิต G-Baseใหม่ที่เหมาะสมกับการผลิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 แทน ซึ่งต้องบริหาร G-Base ให้สมดุลกับสถานการณ์ปัจจุบันด้วย

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center -ENC ) รายงานว่า หัวจ่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 ออกเทน91ในปั๊ม จะถูกเปลี่ยนมาเป็น
​แก๊สโซฮอล์ E20แทน  อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีรายได้จากการเก็บเงินผู้ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์91 อยู่ที่ 1.12 บาทต่อลิตร แต่ชดเชยแก๊สโซฮอล์E20 อยู่ 1.78 บาทต่อลิตร ดังนั้นการยกเลิกน้ำมันแก๊สโซฮอล์91และมาส่งเสริม แก๊สโซฮอล์E20 จะทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีภาระการชดเชยมากขึ้น