ห่วงครัวเรือนใช้ไฟพุ่งช่วงรัฐมีมาตรการเยียวยาลดค่าไฟ อาจกระทบสภาพคล่อง3 การไฟฟ้า

cof

กกพ. เกาะติดสถานการณ์ หวั่น 3 เดือนช่วงโควิด-19 ภาคครัวเรือนใช้ไฟฟ้าพุ่ง ทำให้วงเงินที่ใช้ตามมาตรการเยียวยาเพิ่มสูงตาม อาจจะต้องเรียก เงินClaw back จาก 3 การไฟฟ้า สำหรับปี2562-2563 เข้ามาเติม อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่อง และ ทำให้ ไม่เหลือวงเงินใช้พยุงค่าไฟฟ้า ส่วน Ft ในปี 2564 กรณีที่ต้นทุนเชื้อเพลิงขยับขึ้น

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) และในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า  คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะติดตามการใช้ไฟฟ้าของภาคครัวเรือนอย่างใกล้ชิดในช่วงวิกฤต COVID-19 ระยะเวลา 3 เดือน ระหว่างมี.ค.-พ.ค. 2563  ที่รัฐบาลมีมาตรการเยียวยาค่าไฟฟ้า เพื่อดูว่า “เงินบริหารจัดการไฟฟ้า”จะมีเพียงพอสำหรับใช้ลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับ 22 ล้านครัวเรือน วงเงิน 23,688 ล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2563 หรือไม่

เนื่องจากปัจจุบัน กกพ.มีวงเงินสำหรับบริหารจัดการไฟฟ้า ที่อยู่ในกองทุนพัฒนาไฟฟ้า 97(1) ในปี 2557-2561 อยู่จำนวนเกือบ 2 หมื่นล้านบาท โดยหากภาคครัวเรือน มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นมาก จนทำให้ต้องใช้เงินเยียวยาสูงเกินกว่าวงเงินที่มีอยู่  ทางกกพ.ก็จะต้องเรียกคืนเงินจากการลงทุนที่ไม่เป็นไปตามแผน ของ 3 การไฟฟ้า(การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ,การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA และการไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน.)หรือ เงินClaw back ในปี 2562-2563  ซึ่งถูกคิดรวมไว้ในค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องจ่ายไว้ก่อนล่วงหน้าแล้วมาเพิ่มเติม

ทั้งนี้การเร่งให้ 3 การไฟฟ้า จ่ายเงิน claw back เข้ากองทุนฯ เร็วขึ้น เสมือนการเร่งรัดหนี้สินเร็วขึ้น ซึ่งกกพ.กังวลว่าอาจจะกระทบสภาพคล่องของทั้ง 3 การไฟฟ้าในช่วงครึ่งหลังปี 2563 ได้

นอกจากนี้การใช้เงินที่มีอยู่ไปทั้งหมดใน 3 เดือน อาจจะส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าประชาชนในปี 2564ได้ในกรณีที่ราคาเชื้อเพลิงคือก๊าซธรรมชาติ ปรับสูงขึ้นจากเดิม เนื่องจาก กกพ. จะไม่มีเงินมาช่วยชดเชยค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(Ft) เหมือนเช่นที่ผ่านมา เพราะเงินที่นำมาบริหารจัดการไฟฟ้าจะกลับมาจัดเก็บใหม่ได้อีกครั้งในปี 2564 เป็นต้นไป

สำหรับค่า Ft งวด พ.ค.-ส.ค. 2563 ที่ยังเป็นลบ 11.6 สตางค์ต่อหน่วย เพราะกกพ.มีการใช้เงินบริหารจัดการไฟฟ้าจำนวน 5,000 ล้านบาทมาช่วยพยุงไว้  ในขณะที่ ค่า Ft งวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.2563 เชื่อว่าจะยังบริหารจัดการได้ เพราะโชคดีที่ราคาก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าจะเริ่มปรับลดลงตามราคาน้ำมัน