หวั่น”เอราวัณ” ผลิตก๊าซสะดุด​ ช่วงรอยต่อ​สิ้นสัมปทาน​ ปตท.เตรียมเจรจาก๊าซแหล่งอื่นเพิ่ม พร้อมเร่งงานก่อสร้างคลัง​ LNG แห่งใหม่​ ไว้รับมือ

- Advertisment-

ปตท. เตรียมเจรจาผู้ผลิตก๊าซฯ แหล่งอื่นในอ่าวไทย เพิ่มกำลังการผลิต​และเร่งรัดการก่อสร้าง LNG Terminal แห่งใหม่ให้แล้วเสร็จพร้อมใช้งานภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2565​ เพื่อรอง​รับช่วงรอยต่อการผลิตก๊าซหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานแหล่งเอราวัณ เนื่องจาก ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (ปตท.สผ.อีดี) ซึ่งเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตของแหล่งเอราวัณยังไม่สามารถเข้าพื้นที่เพื่อเตรียมการผลิตได้ตามแผน

วันนี้ (5 มีนาคม 2564) – นายอธิคม เติบศิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ
กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.)
เปิดเผยว่า ปตท. ได้ติดตามความคืบหน้าในการจัดเตรียมแผนการผลิตก๊าซธรรมชาติของบริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (ปตท.สผ.อีดี) ซึ่งเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตของแหล่งเอราวัณ ต่อจากผู้รับสัมปทานรายเดิม ที่จะเริ่มดำเนินการผลิตก๊าซฯ ในเดือนเมษายน 2565 พบว่าบริษัท ปตท.สผ.ฯ ประสบปัญหาไม่สามารถเข้าพื้นที่แหล่งเอราวัณได้และอาจส่งผลกระทบถึงความต่อเนื่องในการผลิตก๊าซธรรมชาติให้กับประเทศ

ปตท. ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว พร้อมกับประสานให้บริษัท ปตท.สผ.ฯ ดำเนินการติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด โดยคำนึงถึงความมั่นคงทางพลังงานของประเทศเป็นหลัก

ทั้งนี้ ปตท. ได้เจรจากับผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยแหล่งอื่น ๆ ที่มีศักยภาพในการเพิ่มปริมาณการผลิตก๊าซฯ ทดแทน เพื่อลดผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานของประเทศลงได้บางส่วน

- Advertisment -

ขณะเดียวกัน ปตท. ได้เตรียมความพร้อมเร่งรัดการก่อสร้าง LNG Terminal แห่งใหม่ให้แล้วเสร็จพร้อมใช้งานภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 อีกทั้งจัดเตรียมแผนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รวมถึงผลิตภัณฑ์ทดแทนกำลังการผลิตของโรงแยกก๊าซฯ ที่ลดลง หากจำเป็น เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอป้อนแก่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีในประเทศที่มีห่วงโซ่อุปทานต่อเนื่องและสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างมากมาย

อย่างไรก็ดี ปตท. หวังว่าทุกฝ่ายจะให้ความร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศอย่างต่อเนื่อง และพยายามลดผลกระทบที่อาจเกิดต่อประชาชนให้น้อยที่สุด

Advertisment