ไม่ใช้แผนPDP2018 rev1 “สุพัฒนพงษ์” สั่งปรับเกณฑ์ใหม่โรงไฟฟ้าชุมชน ซื้อไฟเฉพาะที่เกษตรกรได้ประโยชน์สูงสุด

หลังนั่งทำงานในตำแหน่งมา 6 วัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยสั่งทบทวนหลักเกณฑ์โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากใหม่ ภายใน 30 วัน โดยจะทำเป็นโครงการนำร่อง เป็นบทแทรกภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับปัจจุบัน PDP2018   แทน PDP2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1  ซึ่งมีผลให้ ปริมาณรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนรวม 1,933 เมกะวัตต์ ถูกยกเลิกไปโดยปริยาย

นายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ว่า ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทบทวนหลักเกณฑ์การดำเนินโครงการเพื่อให้ เกษตรกรได้ผลประโยชน์จากโครงการอย่างแท้จริง ไม่ใช่เอกชนผู้ลงทุนเป็นผู้ได้ประโยชน์สูงสุด ตกแก่โรงไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว โดยจะใช้เวลาในการดำเนินการภายใน 30 วัน จากนั้นจะประกาศเชิญชวนให้เอกชนผู้สนใจยื่นข้อเสนอเข้าร่วมโครงการ

  ทั้งนี้ การดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน เบื้องต้นจะทำเป็นโครงการนำร่อง เพื่อให้เห็นว่าเกษตรกรเป็นผู้ได้รับประโยชน์ เกิดการจ้างงานและมีรายได้จากการปลูกและขายพืชพลังงานเพื่อเป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้า   ซึ่งในทางเทคนิคสามารถดำเนินการได้ โดยจัดทำเป็นบทแทรก อยู่ในแผนPDP2018 ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้ และเสนอให้ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) และคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ  โดยไม่ต้องดำเนินการตาม แผนPDP2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1

นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวด้วยว่าแผนPDP2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 เป็นการจัดทำก่อนช่วงเกิดวิกฤตโควิด-19 ในขณะที่ สถานการณ์ความต้องการใช้พลังงานจากผลกระทบโควิด-19 มีการปรับลดค่อนข้างมาก ดังนั้น การปรับปรุงแผนPDP จึงมีความสำคัญ โดยต้องรอให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อภาคพลังงานค่อนข้างนิ่งเสียก่อน จึงค่อยมาดูเรื่องของการปรับทบทวนแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC ) รายงานว่า โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก เป็นโครงการที่ถูกผลักดันในสมัยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นรัฐมนตรีพลังงาน ภายใต้แผนPDP2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค.2563 แล้ว แต่ยังไม่ได้ถูกเสนอให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ จนมีการปรับคณะรัฐมนตรี และมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ เข้ามาเป็นรัฐมนตรีพลังงานแทนนายสนธิรัตน์

ทั้งนี้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ส่งกลับแผนPDP2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 กลับ มายังกระทรวงพลังงานแล้ว  โดยหากนายสุพัฒนพงษ์ สั่งให้ใช้แผนPDP2018 ฉบับที่ใช้ในปัจจุบันไปก่อน เพื่อรอการปรับแผนPDP ที่อัพเดทผลกระทบโควิด-19 จะทำให้ แผนการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ตามแผนPDP2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ปริมาณรับซื้อตลอดทั้งแผน รวม 1,933 เมกะวัตต์  ( 700 เมกะวัตต์ รับซื้อภายในปี 2565  แบ่งเป็นประเภท Quick Win  ไม่เกิน 100 เมกะวัตต์ และประเภททั่วไป 600 เมกะวัตต์ ) ต้องถูกยกเลิกไปโดยปริยาย