ราคาน้ำมันลดต่อเนื่อง13 ครั้ง ผู้ใช้รถประหยัดเงินได้รวมกันมากกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท

สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) สรุปตัวเลขราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศลดลงต่อเนื่อง  ตั้งแต่ 27ก.พ.-24 มี.ค.2563 รวม 13 ครั้ง กลุ่มเบนซินลดลงรวม 6.10บาทต่อลิตร กลุ่มดีเซลลดลง 4.80 บาทต่อลิตร  ช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าผู้ใช้รถได้รวมกันมากกว่า 13,000 ล้านบาท ในขณะที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 23 มี.ค 2563 มีมติปรับลดเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ลง50 สตางค์ต่อลิตร เว้นดีเซล B20 ลด 25 สตางค์ต่อลิตร ส่วนราคา E85 ราคาปรับขึ้น 25 สตางค์ต่อลิตร เพื่อลดการจูงใจคนใช้ E85 หวังนำเอทานอลไปใช้เพื่อการผลิตเจลแอลกอฮอล์ทางการแพทย์ให้เพียงพอในช่วงการระบาดของไวรัสCOVID-19

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC) รายงานว่า  สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(สกนช.)ได้สรุปข้อมูลราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศซึ่งปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.2563 จนถึงล่าสุดที่มีการประกาศปรับลดราคาในวันที่ 24มี.ค.2563  โดยมีการปรับลดทั้งหมด 13 ครั้ง รวมกลุ่มเบนซินลดลงรวม 6.10บาทต่อลิตร กลุ่มดีเซลลดลง 4.80 บาทต่อลิตร  ซึ่งทำให้ผู้ใช้รถมีต้นทุนที่ลดลงรวมมากกว่า 13,000 ล้านบาทในช่วงระยะเวลาเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่ปรับลดลง ส่วนใหญ่เป็นไปตามต้นทุนราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ที่ปรับลดลง จากระดับ50.30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ณ วันที่ 27 ก.พ.2563 เหลือ 28.70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล  ณ วันที่ 20 มี.ค.2563  และ อีกส่วนมาจากนโยบายการปรับลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ด้าน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(กบน.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมกบน.วันที่ 23 มี.ค.2563 ได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนจากการแพร่ระบาดของไวรัสCOVID-19 ด้วยการกำหนดอัตราจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่เป็นระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งจะมีผลต่อราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดลดลง 50 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้น ดีเซลB20(น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 20% ในทุกลิตร) ลดลง 25 สตางค์ต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์E85(น้ำมันเบนซินที่ผสมเอทานอล 85%ในทุกลิตร) เพิ่มขึ้น 25 สตางค์ต่อลิตร มีผล 24 มี.ค. 2563

นอกจากนี้ยังเห็นชอบลดราคาขายปลีกก๊าซปิโตรเลียมเหลว(LPG) 3 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับถังขนาด 15 กิโลกรัม โดยราคาจะลดจาก 363 บาทต่อถังเหลือ 318 บาทต่อถัง หรือลดไป 45 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม เป็นเวลา 3 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค. 2563 เป็นต้นไป

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(สกนช.) กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันใหม่ที่ทำให้E85 ปรับขึ้นราคา 25 สตางค์ต่อลิตรนั้น เพราะไม่ต้องการให้มีการใช้เอทานอลจำนวนมากเนื่องจากขณะนี้ส่วนหนึ่งต้องเร่งนำไปผลิตแอลกอฮอล์เพื่อทำเจลล้างมือ และราคาดีเซลB20 ลดแค่ 25 สตางค์ต่อลิตรเพราะต้องการเหลือส่วนต่างกับ B10 ให้น้อยลงเพื่อส่งเสริมการใช้ B10 ให้มากขึ้น

สำหรับการจัดเก็บหรือชดเชยเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราใหม่ เป็นดังนี้  เบนซิน  เรียกเก็บอยู่ที่  6.58 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์95E10 อยู่ที่ 0.62 บาทต่อลิตร    แก๊สโซฮอล์91E10 อยู่ที่ 0.62 บาทต่อลิตร    แก๊สโซฮอล์95E20  ชดเชยอยู่ที่  2.28 บาทต่อลิตร     แก๊สโซฮอล์95E85   ชดเชยอยู่ที่  7.13 บาทต่อลิตร  ดีเซลB7 เรียกเก็บอยู่ที่ 1บาทต่อลิตร   ดีเซลB10 ชดเชยอยู่ที่  2.50 บาทต่อลิตร      ดีเซลB20 ชดเชยอยู่ที่  4.16 บาทต่อลิตร

ส่วนสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ก่อนปรับลดอัตราส่งเงินเข้ากองทุน มีเงินไหลเข้า 219 ล้านบาทต่อเดือน แต่หลังปรับอัตราใหม่ มีเงินไหลออก  1,208 ล้านบาทต่อเดือน หรือกองทุนน้ำมันรับภาระจากมติ กบน.ครั้งนี้  1,427 ล้านบาทต่อเดือน     โดย ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 22 มี.ค.2563 มีเงินสุทธิ 36,569 ล้านบาท เป็นบัญชีน้ำมัน 42,038 ล้านบาท  และบัญชีLPG  ติดลบ 5,469 ล้านบาท

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here