สนพ.ชี้แนวโน้มราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ส่วนผู้ค้ายังได้ค่าการตลาดเฉลี่ย 2 บาทต่อลิตร

สนพ.เผยแนวโน้มราคาน้ำมันดิบช่วงระหว่างวันที่ 27 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2563 ปรับตัวสูงขึ้น ค่าการตลาดน้ำมันผู้ค้า เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 2.01 บาทต่อลิตร ในขณะที่ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสุทธิ ณ วันที่ 3 พ.ค. 2563 มีเงิน 35,455  ล้านบาท

นาย วัฒนพงษ์  คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ.ได้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกในระหว่างวันที่ 27 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2563 พบว่าราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดคาดว่าความต้องการใช้น้ำมันเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการที่ประเทศในยุโรป และประเทศต่างๆ ทั่วโลก เริ่มผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง และต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้ฟื้นตัวขึ้น

ส่วนราคากลางน้ำมันสำเร็จรูปตลาดภูมิภาคเอเซีย ในส่วนน้ำมันเบนซินออกเทน 95 และ 92 เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ $20.16 และ $21.19 ต่อบาร์เรล ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว $0.86 และ $3.41 ต่อบาร์เรล ตามลำดับ

ราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (10 PPM) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ $26.56 ต่อบาร์เรล ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว $0.69 ต่อบาร์เรล จากปัจจัย
• ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในภูมิภาคยังอยู่ในระดับต่ำจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19

สำหรับค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 0.03 บาท/เหรียญสหรัฐฯ มาอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 32.6064 บาท/เหรียญสหรัฐฯ ต้นทุนน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 0.17 บาท/ลิตร ในขณะที่ต้นทุนน้ำมันดีเซลลดลง 0.15 บาท/ลิตร ทำให้    ค่าการตลาดของน้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล และน้ำมันดีเซล เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 2.01 บาท/ลิตร และค่าการกลั่น  เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 0.97 บาท/ลิตร

ในขณะที่สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ณ วันที่ 3 พ.ค. 63 กองทุนน้ำมัน มีสินทรัพย์รวม 56,548 ล้านบาท หนี้สินกองทุน 21,093 ล้านบาทฐานะกองทุนน้ำมันสุทธิ 35,455  ล้านบาท แยกเป็นบัญชีน้ำมัน  41,465  ล้านบาท  และบัญชี LPG   ติดลบ 6,010  ล้านบาท