ยันตั้งอนุกรรมการกลั่นกรองกองทุนอนุรักษ์ฯ โปร่งใส ไม่ชงเองกินเอง

รัฐมนตรีพลังงาน​  ยืนยัน การตั้งอนุกรรมการกลั่นกรองฯงบกองทุนอนุรักษ์ฯปี2563 วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท โปร่งใส ไม่มีลักษณะชงเองกินเอง ตามกระแสวิจารณ์ พร้อมเปิดเผยข้อมูลทุกโครงการตั้งแต่ขั้นตอนยื่นเสนอโครงการจนกระทั่งได้รับอนุมัติ​ 

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยเมื่อวันที่5ก.พ.2563 ถึงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการจัดตั้งอนุกรรมการกลั่นกรองงบประมาณของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน(กองทุนอนุรักษ์ฯ)ว่า การตั้งคณะอนุกรรมการฯดังกล่าว เพื่อมาแก้ปัญหาความไม่โปร่งใสในการพิจารณาโครงการฯ ในช่วงที่ผ่านมา

โดยคณะอนุกรรมการฯชุดดังกล่าวนี้ มีองค์ประกอบของกรรมการจากหลายหน่วยงานเพื่อให้เกิดความครอบคลุมในการพิจารณาโครงการอย่างรอบคอบ และการตั้งกรรมการที่เกี่ยวข้องกับภาคชุมชนเข้ามาร่วม​ ก็เพราะมีประสบการณ์มีความเชี่ยวชาญและความคุ้นเคยกับชุมชนเป็นอย่างดี  ทั้งนี้คณะอนุกรรมการดังกล่าว ไม่ได้มีอำนาจชี้ขาดในการพิจารณาโครงการฯแต่อย่างใด เนื่องจากการพิจารณาอนุมัติโครงการ มีกระบวนการในหลายขั้นตอน และสุดท้ายต้องนำเสนอคณะกรรมการฯ หรือ บอร์ด กองทุนอนุรักษ์ฯ ชุดใหญ่ ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พิจารณาเห็นชอบต่อไป

“การตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อมาแก้ปัญหาชงเองกินเอง แต่กลับเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทำให้คนทำงานเกิดน้อยใจ หรืออยากถอนตัว ฉะนั้น ขณะนี้คณะกรรมการฯก็อยู่ระหว่างพูดคุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ แต่คงไม่ถึงขั้นปรับเปลี่ยนอนุกรรมการฯ” นายสนธิรัตน์ กล่าว

ทั้งนี้ การพิจารณาอนุมัติโครงการฯในปีงบประมาณ 2563 วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท จากนี้ไป จะดำเนินการให้โปร่งใสและเปิดเผยข้อมูลในทุกขั้นตอน ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลผ่านเว็บไซต์สำนักงานกองทุนอนุรักษ์ฯ เริ่มตั้งแต่การยื่นเสนอโครงการฯ จนกระทั่งผ่านการพิจารณาในแต่ละขั้นตอน อีกทั้ง ยังมีการตั้งคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลหลังการอนุมัติโครงการฯไปแล้ว ว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่ อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาละทิ้งโครงการฯเหมือนอดีต และต้องโปร่งใส เป็นธรรม

สำหรับกรณีวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีบุคคลใกล้ชิดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าไปเป็นคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ จะเอื้อประโยชน์ต่อพรรคพลังประชารัฐนั้น นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า​ ขอความเป็นธรรมให้กับตัวเองด้วย เพราะการแต่งตั้งดังกล่าว มาจากตัวแทนภาคประชาชน และตำแหน่งทางการเมือง ไม่ใช่ความสนิทส่วนตัว  และการยื่นเสนอโครงการฯเพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุนในปี​ 2563นี้ ก็มีทุกพรรคการเมืองเตรียมยื่นเสนอโครงการฯจำนวนมาก ไม่ใช่แค่พรรคพลังประชารัฐ และทุกโครงการจะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างโปร่งใส

ส่วนกรณีตั้งข้อสังเกตุมีการจัดทำยุทธศาสตร์กองทุนนอกสถานที่ ที่จังหวัดกาญจนบุรี และดึงพลังงานจังหวัดเข้าร่วมทำแผนฯ ซึ่งอาจจะเอื้อประโยชน์ด้านคะแนนเสียงให้พรรคพลังประชารัฐนั้น นายสนธิรัตน์ ขอชี้แจงว่า การจัดอบรมในพื้นที่จ.กาญจนบุรี เป็นการของบสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมสุขภาพแห่งชาติ ที่มีฐานข้อมูลใกล้ชิดกับประชาชนมาร่วมให้ความรู้กับชุมชนในการเขียนโครงการ อีกทั้ง กาญจนบุรี เป็นพื้นที่ต้นแบบ “กาญจนบุรีโมเดล”  ที่มีรูปแบบโครงการที่ประสบความสำเร็จเกิดขึ้นในพื้นที่แล้ว เช่น เอาโซลาร์มาทำโรงผลิตน้ำแข็ง การนำขยะมาผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น ทำให้สามารถศึกษาดูงานในพื้นที่ดังกล่าวได้

สำหรับความคืบหน้าการจัดสรรงบประมาณกองทุนอนุรักษ์ฯปี​ 2563นี้ คาดว่า จะเปิดยื่นเสนอโครงการฯได้ภายในเดือน ก.พ.2563นี้ คาดว่าจะใช้เวลา 1 เดือนในการพิจารณอนุมัติโครงการได้ ซึ่งจะไม่จำกัดวงเงินสนับสนุนในแต่ละโครงการ แต่จะยึดประโยชน์จากโครงการเป็นที่ตั้ง

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center -ENC )รายงานว่า รายชื่อของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองงบประมาณของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน  ที่ลงนามแต่งตั้งโดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน นั้น  มีจำนวน10คน โดยมี นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน พร้อมด้วยกรรมการประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงพลังงานที่ได้รับมอบหมาย  ผู้แทนกรมบัญชีกลาง  ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  ศาสตราจารย์สกนธ์ วรัญญูวัฒนา  นายอนุรุทธิ์ นาคาศัย  นางวณี ปิ่นประทีป  ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน  ผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน  และผู้อำนวยการกลุ่มงานวิเคราะห์โครงการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน