มอบ กกพ. พิจารณาแนวทางช่วยภาระด้านไฟฟ้าผู้ประกอบการภาคเอกชน

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพลังงาน ร่วม รับฟังข้อเสนอภาคเอกชน 3 เรื่องให้ช่วยเยียวยาภาระด้านไฟฟ้า ทั้งให้เว้นการคิดเหมาจ่ายค่าไฟขั้นต่ำ หรือ(Minimum Charge) ออกไป 1 ปี  การขอผ่อนชำระค่าไฟฟ้าและขอคืนค่าประกันการใช้ไฟฟ้า โดยมอบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) รับไปพิจารณาต่อ

วันนี้ (23 เม.ย.2563 ) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ประชุมร่วมกับภาคเอกชนเกี่ยวกับ “แนวทางการลดภาระค่าไฟฟ้าของผู้ประกอบการภาคเอกชน” โดยมีสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สมาพันธ์ SME ไทย, คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) , สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)  กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและ 3 การไฟฟ้า(การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ,การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA และการไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน.) เข้าร่วมประชุม

ภาพบรรยากาศการประชุม

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ภาคเอกชนได้เรียกร้องให้ภาครัฐช่วยเหลือด้านไฟฟ้าใน 3 ข้อ ได้แก่ 1.การขอผ่อนผันการคิดค่าไฟฟ้าต่ำสุด (Minimum Charge) หรืออัตราค่าไฟฟ้าเหมาจ่ายต่ำสุด 70% ของการใช้ย้อนหลัง 3 เดือน โดยไม่ว่าจะใช้ไฟฟ้าสูงหรือต่ำ ต้องจ่ายขั้นต่ำ 70% ของความต้องการใช้ในช่วง 12 เดือน โดยขอผ่อนผันให้กลับมาจ่ายค่าไฟฟ้าตามจริงแทน เนื่องจากขณะนี้ปัญหาCOVID-19  ส่งผลกระทบต่อการผลิตให้เหลือน้อยลงและทำให้การใช้ไฟฟ้าลดน้อยลงด้วย หากต้องจ่ายแบบเหมาจ่ายดังกล่าวจะทำให้ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าสูงแม้จะใช้ไฟฟ้าน้อยมากในช่วงนี้

ทั้งนี้ที่ประชุมยังคงเห็นชอบให้ผ่อนผันค่า Minimum Charge เป็นเวลา 3 เดือนไปก่อน ตั้งแต่เดือน เม.ย-มิ.ย. 2563 ตามมติเดิมที่ผ่านมา  สำหรับกิจการขนาดกลาง ขนาดใหญ่ กิจการเฉพาะอย่าง เช่น โรงแรม อพาร์ทเมนท์ หอพัก รวมทั้งองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรและกิจการเกี่ยวกับการสูบน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งมีผลการคิดค่าไฟฟ้าดังกล่าวตั้งแต่รอบบิล เม.ย. 2563 นี้

อย่างไรก็ตามภาคเอกชนได้ขอให้ขยายเวลาการผ่อนผัน Minimum Charge  ต่อไปจนถึงสิ้นปี 2563 หรือขอผ่อนผันเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งข้อเรียกร้องนี้จะให้ กกพ.ไปพิจารณาต่อไป

2.ภาคเอกชนเรียกร้องขอผ่อนผันการชำระค่าไฟฟ้า ซึ่งในส่วนนี้ที่ประชุมมอบหมายให้ภาคเอกชนไปรวบรวมกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จริงมาให้ กกพ.พิจารณา เช่น กลุ่มที่มีกำลังผลิตต่ำกว่า 70%  ของการผลิตปกติ เช่น กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม เป็นต้น  ทั้งนี้ต้องคัดเลือกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจริงเนื่องจาก กกพ.เป็นห่วงว่าจะเกิดปัญหาหนี้เสียจนทำให้เกิดผลเสียต่อค่าไฟฟ้าทั้งระบบได้ จึงต้องการให้ภาคเอกชนร่วมดูแลในส่วนนี้ด้วย

และ 3.เอกชนเรียกร้องขอคืนค่าประกันการใช้ไฟฟ้าของกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดใหญ่ หรือผู้ที่ใช้มิเตอร์ขนาด 30 แอมป์ ซึ่งในส่วนนี้ต้องรอให้ กกพ.พิจารณาอนุมัติก่อน โดยกลุ่มนี้มีทั้งสิ้น 114,453 ราย แบ่งเป็นในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ของ กฟน.  โดยกิจการขนาดกลางมีทั้งสิ้น 23,921 ราย และกิจการขนาดใหญ่ 2,421 ราย ส่วนในเขตต่างจังหวัดของ PEA แบ่งเป็นกิจการขนาดกลาง 81,019 ราย และกิจการขนาดใหญ่ 7,092 ราย เบื้องต้นคาดว่าจะได้รับการคืนค่าประกันการใช้ไฟฟ้า 12,000-24,000 บาทต่อราย