โควิด-19 พ่นพิษ จีซี ตัดค่าใช้จ่ายปี63 พันล้าน ไม่รับพนักงานเพิ่ม พร้อมทบทวนแผนลงทุน

COVID-19 พ่นพิษ ส่งผล พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นปี2563 ลงกว่าพันล้านบาท และไม่รับพนักงานเพิ่ม พร้อม เลื่อนตัดสินใจลงทุนโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ ในสหรัฐฯ ไปเป็นปี 2564 จากเดิมกำหนดสรุปในกลางปี 2563 นี้ หวังใช้วิกฤติ COVID-19 เป็นโอกาส ในการเจรจาลดต้นทุนการก่อสร้างให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยว่า บริษัทจะใช้วิกฤติ COVID-19 เป็นโอกาสในการ ทบทวนความเหมาะสมในการลงทุนโครงการใหม่ทั้งหมด  รวมถึงเจรจาต่อรองกับผู้รับเหมาใหม่เพื่อให้ได้ต้นทุนค่าก่อสร้างถูกลง

ทั้งนี้รวมถึงโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐฯ (US Petrochemical Complex) จากเดิมที่กำหนดจะตัดสินใจว่าจะลงทุนโครงการดังกล่าวหรือไม่ ในช่วงกลางปี 2563 ก็จะเลื่อนการตัดสินใจออกไปเป็นปี 2564 แทน

สำหรับโครงการฯ ดังกล่าว มีมูลค่าการลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท โดยบริษัทฯ  จะถือหุ้น ร่วมกับพันธมิตรคือ Daelim Industrial Co.,Ltd. (DAELIM) จากเกาหลีใต้ สัดส่วนฝั่งละ 50% คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างและเริ่มทำการผลิตได้ใน 5 ปี หรือปี 2568 โดยจะมีกำลังการผลิตโพลีเอทิลีน 1.5 ล้านตันต่อปี และเอทิลีน อีก 1.5 ล้านตันต่อปี

นอกจากนี้บริษัทฯมีแผนลดค่าใช้จ่ายลง 1,000 ล้านบาท ในปี 2563 โดยจะปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นลง รวมถึงจะยังไม่เปิดรับพนักงานใหม่เพื่อทดแทนพนักงานที่เกษียณอายุ และปรับเปลี่ยนพนักงานให้ไปทำหน้าที่อื่น แต่ไม่มีการเลิกจ้างพนักงานแต่อย่างใด และจะให้พนักงานทำงานที่บ้านมากขึ้น 2ใน 3 ของพนักงานทั้งหมดสลับสับเปลี่ยนกันไป

ขณะที่ทิศทางการดำเนินงานปี 2563นี้ เชื่อว่าไตรมาส 2/2563 ภาพรวมธุรกิจจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้สินค้าจะเริ่มฟื้นตัว เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ดังนั้นภาพรวมในปี 2563 บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายยอดขายเติบโต 10% แม้ยอดขายอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาด COVID-19 บ้าง แต่ยังมั่นใจว่าภาพรวมทั้งปี 2563 จะยังดีอยู่

นอกจากนี้คาดว่ากำไรจากค่าการกลั่น(GRM) น่าจะใกล้เคียงกับปี 2562  เนื่องจากโรงกลั่น PTTGC ไม่มีการผลิตน้ำมันอากาศยาน(JET) และผลิตน้ำมันเตาลดลง และหันมาผลิตน้ำมันดีเซลแทน ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าการกลั่นรวม(GRM) คาดว่าจะไม่แย่ลงจากไตรมาสแรกของปี 2563 เนื่องจากธุรกิจโอเลฟินส์ไม่ได้ปรับตัวลดลงมากนัก ดังนั้น GRM ในไตรมาส 2/2563 น่าจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน