ปตท.สผ.เดินหน้าเพิ่มลงทุนแหล่งก๊าซสินภูฮ่อม ป้อนโรงไฟฟ้าน้ำพอง

ปตท.สผ. วางแผนใช้งบลงทุน 20-30 ล้านเหรียญสหรัฐ เจาะหลุมแหล่งสินภูฮ่อมเพิ่มอีก 1-2 หลุม เพื่อรักษาระดับการผลิตไว้ที่ 130 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และให้มีปริมาณก๊าซเพียงพอสำหรับป้อนโรงไฟฟ้าน้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นไปตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่จะเข้าสู่ระบบในปี 2568 หลังจากที่ได้รับการต่อระยะเวลาผลิตปิโตรเลียมจากรัฐบาลออกไปอีก 10 ปี

นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา อนุมัติให้ต่อระยะเวลาการผลิตปิโตรเลียมให้แก่บริษัท พีทีทีอีพี เอสพี ลิมิเต็ด ผู้รับสัมปทานผลิตก๊าซปิโตรเลียม ภายใต้โครงการแหล่งก๊าซสินภูฮ่อม ออกไปอีก 10 ปี ทำให้ในปีนี้ ปตท.สผ. เตรียมเจาะหลุมเพิ่มอีก 1-2 หลุม คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 20-30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อรักษาระดับกำลังการผลิตไว้ที่ 130 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และมีปริมาณก๊าซเพียงพอป้อนให้กับโรงไฟฟ้าน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น กำลังการผลิต 650 เมกะวัตต์ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งจะเข้าระบบในปี 2568 เนื่องจาก ปตท.สผ. มีสัญญาซื้อขายก๊าซกับโรงไฟฟ้าดังกล่าว และตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าระยะยาวของประเทศ (PDP 2018) รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงานด้วย

นอกจากนี้ นายพงศธร มองว่าการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติในภาคอีสาน จะมีต้นทุนสูงกว่าพลังน้ำ แต่เชื้อเพลิงก๊าซจะมีความแน่นอนสูงกว่า เพราะเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูแล้งปริมาณน้ำน้อย การผลิตไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ไม่สามารถส่งได้ตามแผน ส่วนการต่ออายุสัญญาแหล่งสินภูฮ่อม มองว่าจะทำให้รัฐบาลได้ภาษี ค่าภาคหลวง และยังสร้างประโยชน์ สร้างงาน และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ด้วย

ก่อนหน้านี้ นางเปรมฤทัย วินัยแพทย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า มติ ครม. เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่อนุมัติให้ต่อระยะเวลาผลิตปิโตรเลียมให้แก่บริษัท พีทีทีอีพี เอสพี ลิมิเต็ด และคณะ ออกไปอีก 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2562 ถึงวันที่ 2 มิถุนายน 2572 สำหรับแปลงสำรวจบนบกหมายเลข EU 1 และนับตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2564 ถึงวันที่ 15 มีนาคม 2574 สำหรับแปลงสำรวจบนบกหมายเลข E 5 เฉพาะในพื้นที่โคราชนั้นเป็นไปตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าในภาคอีสาน

ส่วนปริมาณสำรองปิโตรเลียมของโครงการแหล่งก๊าซสินภูฮ่อมสิ้นปี 2560 ประเมินว่าจะมีก๊าซธรรมชาติ 114.27 พันล้านลูกบาศก์ฟุต และก๊าซธรรมชาติเหลว 0.38 ล้านบาร์เรล หากลงทุนเพื่อสำรวจและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีโอกาสพบทรัพยากรปิโตรเลียมเพิ่มเติม ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติประมาณ 527 พันล้านลูกบาศก์ฟุต และก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 1 ล้านบาร์เรล และการขอต่อระยะเวลาผลิตปิโตรเลียมทั้ง 2 แปลงสำรวจครั้งนี้ จะทำให้รัฐได้รับรายได้ ประกอบด้วย ค่าภาคหลวงประมาณ 284 ล้านเหรียญสหรัฐ ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม 621 ล้านเหรียญสหรัฐ และเงินผลประโยชน์ซึ่งผู้รับสัมปทานเสนอเพิ่มเติมให้แก่รัฐประมาณ 74 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมทั้งสิ้น 979 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 30,349 ล้านบาท(อัตราแลกเปลี่ยน31บาทต่อเหรียญสหรัฐ)