ปตท.ประเมินความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย

ปตท.ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2562 มีขยายตัวชะลอลง ท่ามกลางความเสี่ยงที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะประเด็นความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ตอบคำถามสื่อมวลชนในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2562  ถึงประเด็นความไม่แน่นอนทางการเมืองที่จะเป็นความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจ ว่า เรื่องของการเมืองเป็นเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุมของปตท. ความเสี่ยงอยู่ที่ว่า หลังการเลือกตั้งใครจะมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและนโยบายด้านพลังงานจะเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่  การลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซจะเป็นไปตามแผน PDP หรือไม่  อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ปตท ทำงานร่วมกับรัฐมนตรีที่กำกับดูแลมาแล้ว 31คนและนายกรัฐมนตรีอีก15คน  ซึ่งปตท.ก็พยายามเน้นย้ำให้ฝ่ายนโยบายเห็นถึงความสำคัญในการสร้างความมั่นคงพลังงานของประเทศ

ทั้งนี้ ในเอกสารประกอบการแถลงข่าวของปตท.ต่อสื่อมวลชน นอกจากจะระบุถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศที่จะเป็นปัจจัยความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจของไทยแล้ว ยังมีประเด็นการส่งออกสินค้าที่คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงตามเศรษฐกิจคู่ค้า    การระบายสินค้าคงคลังเนื่องจากมีการสะสมจำนวนมากแล้วในปีก่อน และหนี้สินครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง

ส่วนปัจจัยบวก ต่อเศรษฐกิจไทยนั้น เป็นความคืบหน้าโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐซึ่งจะช่วยดึงการลงทุนภาคเอกชนให้มีเข้ามามาก และการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปี2562นั้น ในส่วนของจีน มีปัจจัยลบจากเรื่องความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐ และการปฏิรูปเศรษฐกิจของรัฐบาล  ส่วนสหรัฐอเมริกา จะมีปัจจัยลบจากแรงส่งจากนโยบายปรับลดภาษีแผ่วลง อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนอันเนื่องจากปัญหาความขัดแน้งทางการค้า   ส่วนยูโรโซน จะมีปัจจัยเสี่ยงจากนโยบายการเงินของECBผ่อนคลายน้อยลง  และความไม่แน่นอนทางการเมืองในหลายประเทศ