นัดหารือโรงสกัดเติมสารปรุงแต่งในน้ำมันปาล์มดิบป้องกันลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ

กระทรวงพลังงาน เตรียมหารือโรงสกัดปาล์มน้ำมันให้เติมสารปรุงแต่ง(Marker)ในน้ำมันปาล์มดิบสำหรับผลิตB100 สร้างคุณลักษณะเฉพาะน้ำมันปาล์มของไทย ป้องกันลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบจากต่างประเทศ  คาดเริ่มได้ก่อน 1 ม.ค. 2563 ขณะที่ ปตท. ประกาศปรับสเปก B100 ให้มีปริมาณโมโนกลีเซอไรด์ ไม่สูงกว่า 0.4% หวังรองรับการผลิตน้ำมันดีเซลB10 ก่อนในปี 2563

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในงานสัมมนา “B10 พลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก” ซึ่งจัดโดยสื่อเครือเนชั่นร่วมกับกระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 21ต.ค.2562 ว่า กระทรวงพลังงานได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ที่ผ่านมา ให้คุมปริมาณน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 100% หรือ น้ำมันB100 ของประเทศ โดยให้กรมธุรกิจพลังงานเป็นผู้ดูแล จากเดิมที่ยังไม่มีใครรับผิดชอบโดยตรง ทั้งนี้เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดปัญหาลักลอบนำน้ำมันปาล์มดิบจากต่างประเทศมาปะปนกับน้ำมันปาล์มดิบของไทย

ทั้งนี้เนื่องจากกระทรวงพลังงานเตรียมออกมาตรการใช้น้ำมันดีเซลB10(น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 10%ในทุกลิตร)เป็นเกรดมาตรฐานของประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 เป็นต้น ซึ่งจะทำให้เกิดการใช้น้ำมัน B100 มากขึ้น 40%จากที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน จึงไม่ต้องการให้เกิดการลักลอบนำน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศ เพราะกระทรวงพลังงานต้องการให้มาตรการดีเซล B10 มาช่วยแก้ปัญหาน้ำมันปาล์มล้นตลาดและราคาผลปาล์มตกต่ำ

ทั้งนี้กระทรวงพลังงานจะหารือกับโรงสกัดน้ำมันปาล์ม เพื่อออกมาตรการให้เติมสารปรุงแต่ง(Marker)ในน้ำมันปาล์มดิบให้มีคุณลักษณะเฉพาะ เมื่อนำมาผลิตเป็นน้ำมันB100 จะมีสีที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ ซึ่งหากเกิดการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบจะทราบได้ทันที และผู้นำเข้าจะมีความผิดทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตามโรงสกัดจะแยกปริมาณน้ำมันปาล์มดิบสำหรับบริโภคและสำหรับใช้ในภาคพลังงาน โดยจะเติมสาร Marker เฉพาะที่นำมาใช้ในภาคพลังงานเท่านั้น และคาดว่าจะเริ่มเติมสารดังกล่าวได้ก่อนจะใช้มาตรการน้ำมันดีเซล B10 เป็นเกรดมาตรฐานประเทศ วันที่ 1 ม.ค. 2563 หรือเริ่มได้เร็วสุดหลังจากคุณภาพน้ำมันB100 เป็นมาตรฐานเดียวกันตั้งแต่เดือนพ.ย. 2562 นี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้กระทรวงพลังงานเตรียมออกมาตรการลดชนิดน้ำมันกลุ่มเบนซินลง เพื่อป้องกันความสับสนในการใช้น้ำมันของประชาชน เบื้องต้นคาดว่าจะให้น้ำมันแก๊สโซฮอล์E20(น้ำมันเบนซินที่ผสมเอทานอล 20%ในทุกลิตร) เป็นน้ำมันพื้นฐานสำหรับกลุ่มเบนซิน อย่างไรก็ตามจะต้องพิจารณาทั้งระบบ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการช่วยยกระดับราคาอ้อยของเกษตรกรได้ต่อไป

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า ปตท. พร้อมที่จะปรับคุณภาพน้ำมัน B100 ให้มีปริมาณโมโนกลีเซอไรด์ ไม่สูงกว่า 0.4% โดยตั้งแต่เดือน พ.ย. 2562 เป็นต้นไป คลังน้ำมันที่พระโขนงของ ปตท. จะเป็นน้ำมัน B100 ที่มีมาตรฐานสูงสามารถผลิตทั้ง น้ำมันดีเซล B10 และน้ำมันดีเซลB7 (น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 7%ในทุกลิตร) ที่มีปริมาณโมโนกลีเซอไรด์ ไม่สูงกว่า 0.4% เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าจะลดการเป็นไขของน้ำมันลงได้
“ปัจจุบัน ปตท.มีปั๊มที่ขายดีเซล B10  60 แห่งแล้ว   และภายในเดือนม.ค. 2563 จะกระจายขายน้ำมันดีเซลB10 ให้ทั่วประเทศ และเดือนมี.ค. 2563 ปตท.จะขายดีเซลB10 ครบทุกปั๊ม ขอให้ผู้บริโภคมั่นใจว่า B10   จะมีขายแน่นอนทั่วประเทศ และขณะนี้ราคาถูกกว่า B7 อยู่ที่ 2 บาทต่อลิตรด้วย”

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า การส่งสัญญาณนโยบายB10   ที่ชัดเจนของภาครัฐทำให้เห็นการเติบโตของการใช้ที่ชัดเจนในอนาคต แต่ก็ควรประสานงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อดูแลเรื่องของการปลูกปาล์มไม่ให้มีผลผลิตมากเกินไป พร้อมนำเรื่องของดิจิทัลเข้ามาช่วยบูรณาการระหว่างกระทรวงต่างๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารจัดการ ซึ่งหากทำได้ก็เชื่อว่า ไบโอดีเซล เป็นคำตอบของประเทศไทย