พลังงาน เกาะติดเหตุนำ้มัน SPRC รั่วกลางทะเล ยันไม่กระทบปริมาณสำรองประเทศ

- Advertisment-

เกิดเหตุน้ำมันดิบ 2 หมื่นลิตร รั่วในทะเลอ่าวไทย บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ชี้แจงน้ำมันดิบรั่วบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล (SPM)ของบริษัท กินเวลาเกือบ 4 ชั่วโมงกว่าจะระงับเหตุได้ พร้อมเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกำจัดคราบน้ำมัน กระทรวงพลังงาน ยืนยันไม่กระทบปริมาณสำรองน้ำมันประเทศ พร้อมเฝ้าติดตามและให้ความช่วยเหลือหากเอกชนร้องขอ

นายสมบูรณ์ หน่อแก้ว รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีน้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล (SPM) ของบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC  ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ว่า กระทรวงพลังงานกำลังติดตามสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อปริมาณน้ำมันในประเทศ เนื่องจากไทยมีสำรองน้ำมันเพียงพอสำหรับความต้องการใช้ทั้งประเทศ และการรั่วไหลดังกล่าวถือว่าเป็นปริมาณไม่มากเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำมันสำรองที่มีอยู่ทั้งหมด  

อย่างไรก็ตามทางกรมธุรกิจพลังงานมีหน้าที่ดูแลเรื่องการขนส่งน้ำมันทางบกเป็นหลัก ขณะที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะดูแลบริษัทที่ได้รับสัมปทานขุดเจาะและสำรวจปิโตรเลียม ซึ่งกรณีน้ำมันของบริษัท SPRC รั่วไหลครั้งนี้ อาจไม่เกี่ยวเนื่องกับกระทรวงพลังงานโดยตรง  แต่กรมธุรกิจพลังงาน และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กำลังติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมเรื่องอุปกรณ์การช่วยเหลือหากเอกชนร้องขอเข้ามา

- Advertisment -

สำหรับเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล หรือ จุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล (SPM) บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC นั้น ทางบริษัท SPRC ได้ทำหนังสือชี้แจงออกมา 3 ฉบับ

โดยฉบับที่ 1 ระบุว่า  เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 21.06 น. บริษัทฯ พบน้ำมันดิบรั่วไหล บริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล (SPM) ของบริษัท SPRC ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง

ในทันทีที่เกิดเหตุ บริษัทฯ ได้ระดมทีมเพื่อควบคุมสถานการณ์ตามแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน อีกทั้งหยุดกิจกรรมในพื้นที่ใกล้เคียงทั้งหมดตามขั้นตอนความปลอดภัย บริษัทฯ มีการแจ้งหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ชุมชน ศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมสิ่งแวดล้อม ศูนย์บัญชาการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินและกระจายข่าว และกลุ่มบริษัทข้างเคียง

จากนั้นบริษัท SPRC ได้ส่งหนังสือชี้แจงฉบับที่ 2 ว่า ขณะนี้สถานการณ์สามารถควบคุมได้และหยุดการรั่วไหลตั้งแต่เวลา  00:18 น. ของวันที่ 26 ม.ค. 2565  และได้ดำเนินการใช้เรือฉีดพ่นน้ำยาขจัดคราบน้ำมัน เนื่องจากเวลาที่เกิดเหตุเป็นเวลากลางคืน บริษัทฯ จะทำการสำรวจบริเวณที่เกิดเหตุในเช้าวันนี้ เพื่อประเมินสถานการณ์ต่อไป

บริษัทฯ ได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมสิ่งแวดล้อม (EMCC), ศูนย์บัญชาการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินและกระจายข่าว (EIC), ชุมชนกลุ่มประมงใกล้เคียง, ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ศร ชล ภาค 1 และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเป็นอย่างดี ซึ่งประกอบด้วยกำลังพล เรือ และน้ำยาขจัดคราบน้ำมัน เพื่อใช้ในการขจัดคราบน้ำมัน สำหรับการดำเนินงานของโรงกลั่นน้ำมัน บริษัทฯ ยังสามารถเดินเครื่องได้ตามปกติโดยไม่มีผล กระทบจากอุบัติการณ์ดังกล่าว

และฉบับที่ 3 ระบุว่าบริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเรือภาคที่ 1 ด้วยการใช้เครื่องบินกองทัพเรือบินลาดตระเวณเพื่อสำรวจดูการเคลื่อนที่ของน้ำมัน พบว่ามีปริมาณน้ำมันหลงเหลืออยู่ในทะเลประมาณ 20 ตัน หรือ 2 หมื่นลิตร นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน (IESG) ในการช่วยเหลือน้ำยาขจัดคราบน้ำมัน และอุปกรณ์ขจัดคราบน้ำมัน และบริษัทฯได้ประสานงานกับ บริษัท Oil Spill Response Limited (OSRL) ณ ประเทศสิงคโปร์  ซึ่งขณะนี้กำลังส่งผู้เชี่ยวชาญเดินทางมาให้ความช่วยเหลือโดยทันที บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถขจัดและเก็บคราบน้ำมันได้ทั้งหมดภายในไม่ช้า อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้จัดส่งทีมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า  คพ. ได้รับการประสานทางโทรศัพท์จากหน่วยงาน สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) เมื่อเวลา 00.10 น. ในวันที่ 26 มกราคม 2565  ว่ามีน้ำมันดิบรั่วไหลจากท่อใต้ทะเลของทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล ในบริเวณมาบตาพุด จังหวัดระยอง จุดเกิดเหตุ คือ บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล (SPM) ซึ่งเกิดเหตุเมื่อ เวลา 21.06 น. ในวันที่ 25 มกราคม 2565 และจำเป็นต้องยับยั้งไม่ให้น้ำมันเคลื่อนที่เข้าสู่ฝั่ง เนื่องจากลมมีทิศพัดขึ้นไปทางด้านเหนือ อาจจะมีผลกระทบต่อบริเวณจังหวัดระยองได้ และหลังจากที่เกิดเหตุทีมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินบริษัทได้ทำการควบคุมสถานการณ์ตามขั้นตอนการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินและได้ทำการหยุดกิจกรรมในพื้นที่ใกล้เคียงทั้งหมดตามขั้นตอนความปลอดภัย สามารถควบคุมและหยุดการรั่วไหลได้ตั้งแต่เวลา 00.10 น.ของวันที่ 26 ม.ค. 2565

ทั้งนี้ คพ.ได้สนับสนุนการใช้แบบจำลอง OilMap ทำนายการเคลื่อนที่ของคราบน้ำมันในทะเล โดยผลของแบบจำลอง OilMap แสดงให้เห็นว่าหากไม่มีการควบคุมป้องกัน กลุ่มน้ำมันดังกล่าวอาจเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งทะเลบริเวณหาดแม่รำพึงถึงบริเวณอุทยาแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ในวันที่ 28 มกราคม 2565 เวลา 17.00 น. อย่างไรก็ตามผลการคาดการณ์ดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของทิศทางลม ความเร็วลม และกระแสน้ำ ทั้งนี้ทางบริษัทจึงควรดำเนินการวางแผนในการจัดการคราบน้ำมันดังกล่าว และป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น 

Advertisment