“กุลิศ”จับเข่าคุยสหภาพแรงงาน กฟผ.ถึงมติกพช.ที่ยกเลิกการจัดหาLNG1.5ล้านตันต่อปี

ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานบอร์ดกฟผ.ชี้แจงสหภาพแรงงาน กฟผ. ถึงมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2562 ที่ให้ยกเลิกการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)ในปริมาณไม่เกิน 1.5ล้านตันต่อปี ที่กฟผ.ดำเนินการประมูลคัดเลือกผู้จัดหาไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยระบุเหตุผลเนื่องจากความต้องการใช้ก๊าซในประเทศไม่ได้เพิ่มสูงขึ้น

นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (18 ธันวาคม 2562) นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานกรรมการ กฟผ. ได้มาประชุมร่วมกับนายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และสหภาพแรงงาน กฟผ. เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับมติ กพช. ดังกล่าว ณ ห้องประชุมชั้น 19 อาคาร ท.103 สำนักงานใหญ่ กฟผ. อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ถึงมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562 ที่ให้ยกเลิกการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของ กฟผ. ไม่เกิน 1.5 ล้านตันต่อปี  โดยให้เหตุผลถึงความต้องการใช้ก๊าซในประเทศไม่ได้เพิ่มสูงขึ้น และปริมาณก๊าซที่ผลิตได้จากอ่าวไทยไม่ได้ลดลงอย่างที่เคยคาดการณ์ไว้ จึงต้องมีการพิจารณาทบทวนปริมาณการนำเข้า LNG อีกครั้ง   โดยมติ กพช. ดังกล่าวยังต้องเสนอผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

พัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษก กฟผ. 

ทั้งนี้ กพช. ได้มีมติเห็นชอบให้ กฟผ. เตรียมความพร้อมทำหน้าที่เป็นผู้นำเข้า LNG รายใหม่ ในรูปแบบการซื้อเป็นรายครั้ง (Spot) ไม่เกิน 200,000 ตัน เพื่อทดสอบระบบการแข่งขันเสรีในกิจการก๊าซธรรมชาติ โดยแบ่งการนำเข้าเป็น 2 ลำเรือ ลำเรือละ 65,000 ตัน ซึ่งลำแรกจะมาถึงในวันที่ 28 ธันวาคม 2562 ส่วนลำที่ 2 จะนำเข้าประมาณเดือนเมษายน 2563 โดยปลัดกระทรวงพลังงาน ยังยืนยันถึงความพร้อมที่จะส่งเสริมและผลักดันให้ กฟผ. เป็นผู้นำเข้า LNG รายที่สองของประเทศในระยะยาว

โดยได้สั่งการให้ กฟผ. เร่งจัดทำรายงานผลสำเร็จการนำเข้า LNG ล็อตแรก และจัดทำแผนการใช้ LNG ในปี 2563 – 2565 สำหรับโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพของ กฟผ. ได้แก่ โรงไฟฟ้าบางปะกง ชุดที่ 5 จังหวัดฉะเชิงเทรา  โรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 4 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และโรงไฟฟ้าพระนครใต้ทดแทน ชุดที่ 1 จังหวัดสมุทรปราการ เสนอต่อคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ภายในเดือนมกราคม 2563 และ กพช. ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งหาก กฟผ. สามารถนำเข้า LNG ได้ตามแผนจะสามารถทำให้ราคาค่าไฟฟ้าของประเทศถูกลง เนื่องจากมีต้นทุนที่ต่ำลง และยังเป็นการส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้า LNG (LNG HUB) ต่อไป