กัลฟ์ ลงนามร่วมพัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซฯ 6,000 เมกะวัตต์ ในเวียดนาม

“กัลฟ์” ลงนามความร่วมมือพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งประมาณ 6,000 เมกะวัตต์ พร้อมสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG terminal) ขนาด 6 ล้านตันต่อปี เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเวียดนาม 

บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 นางพรทิพา ชินเวชกิจวานิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ และ นายลิว ซวน หวิง (Mr. Luu Xuan Vinh) ประธานคณะกรรมการประชาชนจังหวัดนิ่งห์ถ่วน (Ninh Thuan Provincial People’s Committee) ประเทศเวียดนาม ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ พร้อมสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว ในจังหวัดนิ่งห์ถ่วน ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเวียดนาม

โดยมี นายเหวียน ซวน ฟุก (Mr.Nguyen Xuan Phuc) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วย นายเจิน ตวน อัน (Mr.Tran Tuan Anh) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า (The Ministry of Industry and Trade (MOIT) และตัวแทนฝ่ายไทย ได้แก่ นายชีพ จุลมนต์ อดีตประธานศาลฎีกา และประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ และนายวิเศษ จูภิบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และประธานกรรมการ บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ ร่วมเป็นสักขีพยาน

การลงนามดังกล่าว เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งประมาณ 6,000 เมกะวัตต์ ร่วมกับสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG terminal) ขนาดกำลังการผลิตประมาณ 6 ล้านตันต่อปี ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลกาน้า อำเภอถ่วนน่าม จังหวัดนิ่งห์ถ่วน ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเวียดนาม เพื่อรองรับการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของเวียดนาม ซึ่งที่ผ่านมา เมื่อปี 2561 บริษัทฯ ได้เริ่มเข้าไปลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ขนาดกำลังการผลิต 460 เมกะวัตต์ ก่อนที่จะยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลเวียดนามเพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติฯ ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน นำมาสู่การลงนามในครั้งนี้

ทั้งนี้ จากความร่วมมือพัฒนาโครงการฯ ดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายจะมีการหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ในธุรกิจโรงไฟฟ้าและสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว ตลอดจนแผนการจัดหาเงินทุน รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งยังได้ตกลงที่จะเร่งดำเนินโครงการฯ ให้แล้วเสร็จทันต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งจะสามารถผลิตได้เมื่อได้รับอนุมัติจากทางรัฐบาลเวียดนาม