กัลฟ์ฯ แจงมาตรการรัฐที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าไม่มีนัยสำคัญต่อผลประกอบการ

บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)ทำหนังสือชี้แจงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชนฯของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลอัตราค่าไฟฟ้า ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่แนวโน้มจะปรับลดลงตามการลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก ยังเป็นผลดีต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้า

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC) รายงานว่า เมื่อวันที่ 11มี.ค.2563 นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงินบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)ได้ทำหนังสือถึงกรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อชี้แจงถึง
มติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 เรื่อง มาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชน ดูแลปัญหาภัยแล้ง และกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลอัตราค่าไฟฟ้า โดยจะมีการตรึงอัตราค่าเอฟที (Ft rate) เดือนพฤษภาคม 2563 ในอัตรา -11.60 สตางค์ ต่อหน่วย และลดค่าไฟฟ้าในอัตราร้อยละ 3 ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท เป็นระยะเวลา 3 เดือน (เมษายน – มิถุนายน 2563)  ซึ่งมาตรการดังกล่าวนั้น ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทฯ อย่างไม่มีนัยสำคัญ หรือประมาณ 50 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.02 เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิของบริษัทฯ 4,887 ล้านบาทในปี 2562

นอกจากนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ราคาก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มจะปรับลดลงตามการลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก ยังจะส่งผลให้ต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของโรงไฟฟ้าในกลุ่มบริษัทฯ ลดลงด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อผลประกอบการของบริษัทฯ

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงินบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)