กกพ.ทบทวนแผนยุทธศาสตร์กำกับกิจการพลังงานใหม่ กำหนดเป้าหมาย9ด้าน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(สำนักงาน กกพ.) ทบทวนแผนยุทธศาสตร์การกำกับกิจการพลังงาน เตรียมจัดทำแผนฯใหม่ ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2563-2567 กรอบเวลา 5 ปี พร้อมเปิดรับฟังความเห็น 14-28 พ.ย. 2562 กำหนดเป้าหมาย 9 ด้าน เล็งประกาศหลักเกณฑ์ข้อกำหนดการใช้หรือเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าแก่บุคคลที่สามภายในปี 2564,ทบทวนโครงสร้างค่าบริการพลังงานทุก 2-5 ปี,สร้างศูนย์ข้อมูลด้านการกำกับกิจการพลังงานแห่งชาติภายในปี 2567และเน้นการประหยัดพลังงานโดยนำวิธี Sandbox มาศึกษารูปแบบธุรกิจที่ประหยัดการใช้ทรัพยากร เป็นต้น

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(สำนักงาน กกพ.) แจ้งว่า สำนักงานกกพ. เตรียมทบทวนแผนยุทธศาสตร์การกำกับกิจการพลังงาน ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2561-2564) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลก เศรษฐกิจ นโยบายรัฐบาลที่เปลี่ยนแปลงไป โดย สำนักงาน กกพ. จะจัดทำแผนใหม่กรอบเวลา 5 ปี เป็นแผนยุทธศาสตร์การกำกับกิจการพลังงาน ฉบับที่ 4(พ.ศ.2563-2567) ซึ่งกำหนดเปิดรับฟังความเห็นประชาชนระหว่างวันที่ 14-28 พ.ย. 2562 นี้ ในเว็บไซต์ กกพ. www.erc.or.th

สำหรับสาระสำคัญของแผนฯ ฉบับที่ 4 ประกอบด้วย 9 ด้าน ได้แก่ 1.ส่งเสริมการใช้บริการของระบบโครงข่ายพลังงานด้วยความเป็นธรรม โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม โดยกำหนดเป้าหมายการประกาศหลักเกณฑ์ข้อกำหนดการใช้หรือเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าแก่บุคคลที่สามภายในปี 2564 ด้วยการทดลองใช้ข้อกำหนดการใช้หรือเชื่อมต่อระบบโครงข่ายก๊าซฯ(Third Party Access: TPA)ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ,บูรณาการข้อกำหนดการเชื่อมต่อโครงข่ายของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และจัดทำหลักเกณฑ์การคิดค่าบริการ “การใช้หรือเชื่อมต่อระบบโครงข่ายการไฟฟ้า”(Wheeling Charge) เป็นต้น

2.ปกป้องผลประโยชน์ของผู้ใช้พลังงานทั้งด้านอัตราค่าบริการและคุณภาพการให้บริการ โดยกำหนดเป้าหมายจะทบทวนโครงสร้างค่าบริการพลังงานทุก 2-5 ปี และปรับหลักเกณฑ์อัตราค่าบริการไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติให้ได้มาตรฐานสากลมากขึ้น รวมทั้งกำหนดให้ 99% ของทุกครัวเรือนในประเทศต้องมีไฟฟ้าใช้

3.ส่งเสริมให้การประกอบกิจการพลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมต่อผู้รับใบอนุญาตและผู้ใช้พลังงาน โดยกำหนดเป้าหมายให้ผู้ประกอบกิจการพลังงาน ทั้ง 100%ต้องมีแผนเพิ่มประสิทธิภาพการประกอบกิจการพลังงาน ด้วยการจัดทำประมวลหลักปฏิบัติ(Code of Practice :Cop) สำหรับโรงไฟฟ้าที่มีกำลังผลิตไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ให้ครบทุกประเภทเชื้อเพลิง

4..ส่งเสริมการประหยัดพลังงานและใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น การนำวิธีการ“ทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการด้านพลังงาน” หรือ  Sandbox มาศึกษารูปแบบธุรกิจการประกอบกิจการพลังงานที่ประหยัดการใช้ทรัพยากร และส่งเสริมการออกแบบบ้านประหยัดพลังงานหรือใช้พลังงานหมุนเวียนและเผยแพร่แก่ประชาชนทั่วไป

5.บริหารจัดการองค์กรให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพและพัฒนาบุคลากรให้เป็นมืออาชีพด้านการกำกับกิจการพลังงาน กำหนดเป้าหมายให้มีข้อมูลพร้อมใช้สำหรับการกำกับกิจการพลังงานภายในปี 2563 และมีระบบฐานข้อมูลเป็นศูนย์ข้อมูลด้านการกำกับกิจการพลังงานแห่งชาติภายในปี 2567  จัดทำกฎหมายรองรับการแข่งขันในกิจการพลังงานให้เสร็จภายในปี 2563

6.ปกป้องผู้ใช้พลังงานและผู้รับใบอนุญาตให้มีส่วนร่วมจัดการด้านพลังงานอย่างเป็นธรรม โดยกำหนดเป้าหมายให้ผู้ใช้พลังงาน ชุมชนท้องถิ่น ประชาชนและผู้รับใบอนุญาตมีความพอใจต่อกระบวนการสนับสนุนการมีส่วนร่วมไม่ต่ำกว่า 70%

7.ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในการประกอบกิจการไฟฟ้าที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย ด้วยการสนับสนุนการศึกษามาตรการด้านราคา เทคโนโลยี นวัตกรรม รวมทั้งปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานหมุนเวียนในการประกอบกิจการไฟฟ้า

8.ส่งเสริมการแข่งขันในกิจการพลังงานและป้องกันการใช้อำนาจในทางมิชอบ โดยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในกิจการไฟฟ้าและก๊าซฯตามแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงานเป็นหลัก เช่น การศึกษาตลาดซื้อขาย ไฟฟ้า (Market design)เป็นต้น

และ9.ส่งเสริมให้มีบริการด้านพลังงานอย่างเพียงพอ มีความมั่นคง และเป็นธรรมกับผู้ใช้พลังงานและผู้รับใบอนุญาต โดยกำหนดเป้าหมายให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องเชื่อถือการทำงานของ สำนักงาน กกพ.ไม่ต่ำกว่า 60%