SC ASSET จับมือ BCPG นำร่องซื้อขายไฟผ่านบล็อกเชนในโครงการ เนเบอร์ฮูด บางกะดี เริ่มQ4ปีนี้

SC ASSET ลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU)กับ BCPG  เพื่อนำระบบโซลาร์ รูฟทอป มาผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในบ้านและซื้อ-ขายไฟฟ้าระหว่างกันผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน ที่จะช่วยทั้งการลดรายจ่ายค่าไฟ และมีรายได้จากไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้  โดยจะเริ่มนำร่องในโครงการ เนเบอร์ฮูด บางกะดี ประมาณไตรมาส 4ของปี2562 นี้

พิธีลงนามMOUมีนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของไทย  กับนายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)ซึ่งเป็นบริษัทผู้ดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ในกลุ่มบางจากเป็นผู้แทน เพื่อมีความร่วมมือในการนำระบบโซลาร์ รูฟทอป ติดตั้งที่บ้านลูกค้า และ สปอร์ต คอมเพล็กซ์ (Sport complex) ในโครงการเนเบอร์ฮูด บางกะดี (Neighborhood Bangkadi) และนำเอาเทคโนโลยี Blockchain( ระบบโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์  ที่เก็บสถิติการทำธุรกรรมทางการซื้อขายแลกเปลี่ยนปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ภายในโครงการของบ้านแต่ละหลังแบบอัตโนมัติ โดยไม่มีตัวกลาง หรือสำนักชำระบัญชี )ซึ่งพัฒนาโดย BCPG มาใช้ในการบริหารพลังงานไฟฟ้า

ทั้งนี้ ลูกค้าที่ร่วมโครงการจะไม่มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง  และ สามารถประหยัดรายจ่ายค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน เพราะสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้เองจาก โซลาร์ รูฟทอป โดยตรง   ในขณะที่หากไฟฟ้าที่ผลิตได้ไม่พอใช้ก็สามารถที่จะซื้อพลังงานไฟฟ้าจากบ้านหลังที่มีไฟฟ้าเหลือผ่านระบบ Blockchain ได้แบบอัตโนมัติ ในราคาค่าไฟฟ้าต่อหน่วยที่ถูกกว่าซื้อจากการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย

และในกรณีที่ลูกค้าไม่ได้ใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน หรือไม่ได้อยู่ที่บ้าน ก็จะมีรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินที่ ผลิตได้ ผ่านระบบบล็อกเชนโดยอัตโนมัติ ให้กับบ้าน และสปอร์ต คอมเพล็กซ์ ที่มีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน เช่นเดียวกัน

 สำหรับโครงการ เนเบอร์ฮูด บางกะดี (Neighbourhood Bangkadi) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเทพฯ เป็นทำเลที่มีศักยภาพต่อการเติบโตของชุมชนเมือง ซึ่งจะพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งบ้านเดี่ยว และทาวน์โฮมทั้งหมด 7 โครงการ โดยที่มีสมาชิกครอบครัว SC Family ประมาณ 1,800 ครัวเรือน   โดยการนำร่องโครงการ จะเริ่มในบางส่วนของ 2 โครงการแรกที่เปิดขาย ได้แก่ โครงการ เวนิว ติวานนท์-รังสิต กับ โครงการเวิร์ฟ ติวานนท์-รังสิต  โดยลูกค้าจะใช้งานได้ประมาณไตรมาส 4/2562 นี้

นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ จะเป็นผู้ออกแบบ ติดตั้ง และดูแลระบบแลกเปลี่ยนซื้อขายไฟฟ้าให้ทั้งหมด โดยจะเริ่มต้นในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้

สำหรับความร่วมมือในการติดตั้งระบบโซลาร์ รูฟทอป มาผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในบ้านและซื้อ-ขายไฟฟ้าระหว่างกันผ่านระบบบล็อกเชน ภายใต้โครงการ Sun Share Project  นี้ จะสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาระบบบริหารจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงานของชุมชน (Big Data and Data Management) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการพลังงานของพื้นที่สาธารณะ  ทั้งส่วนกลาง และ สปอร์ต คอมเพล็กซ์ ฯลฯ โดยช่วยบริหารจัดการช่วงเวลาและลำดับการใช้บริการพื้นที่ส่วนกลางและอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ของส่วนรวม เพื่อให้การใช้พลังงานของชุมชนมีความคุ้มค่า และเหมาะสมที่สุด