IRPC รุกลงทุนอุปกรณ์ทางการแพทย์และส่วนประกอบยานยนต์ไฟฟ้า​รับเทรนด์โลก

- Advertisment-

IRPC วางเป้าเพิ่มสัดส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty) สูงถึง 30% ภายในปี 2567 หวังเดินหน้าผลิตวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ และส่วนประกอบยานยนต์ไฟฟ้า ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคยุคใหม่

นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC กล่าวว่า
แผนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของ IRPC ในปีนี้จะเน้นการสร้างและพัฒนานวัตกรรมวัสดุและพลังงานแห่งอนาคต เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคทุกรูปแบบในอนาคต

ทั้งนี้ IRPC วางเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษ (specialty) ให้สูงถึง 30% ภายในปี 2567 ด้วยกลยุทธ์ในการใกล้ชิดเข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น (Human centric) มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ โดยเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตสูง เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย อุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการจับมือกับพันธมิตร เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ

“IRPC ได้ตระหนักถึงกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก จึงได้ร่วมทุนกับ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด (บริษัทย่อยที่ ปตท. ถือหุ้น 100%) จัดตั้ง บริษัท อินโนโพลีเมด จำกัด ขับเคลื่อนธุรกิจการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจใหม่ ที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญ และเล็งเห็นโอกาสในการสร้างนวัตกรรมเม็ดพลาสติกชนิดพิเศษไปสู่ Smart Material ที่ตอบสนองผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น และจะช่วยเพิ่มความมั่นคงและแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ ตามนโยบาย Thailand 4.0 สู่การเป็น Medical Hub”

- Advertisment -

สำหรับผลิตภัณฑ์ผ้าไม่ถักไม่ทอ (Non-woven Fabric) ที่ขึ้นรูปด้วยวิธี Melt Blown มีลักษณะเส้นใยขนาดเล็กและละเอียดในระดับนาโนเมตรถึงไมโครเมตร มีคุณสมบัติในการกรองที่มีประสิทธิภาพสูง ผลิตจากเม็ดพลาสติกโพลีโพรพิลีนชนิดพิเศษ (PP melt blown grade) ที่ IRPC ได้วิจัยและพัฒนาเป็นบริษัทแรกของประเทศไทย คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 4 ปี 2564

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อสร้างผลิตภัณท์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมทางการแพทย์ให้ครอบคลุมและหลากหลายมากขึ้น เช่น ถุงอาหาร ถุงเลือด และถุงล้างไตสำหรับผู้ป่วย ที่ผลิตจากเม็ด PP และผลิตภัณท์ NBL หรือ Nitrile Butadiene Latex ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตถุงมือแพทย์ ร่วมกับองค์กร ทั้งภาคเอกชน และภาครัฐ สอดรับกับเศรษฐกิจเชิงสุขภาพ ที่มีแนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็ว

สำหรับเทรนด์ที่สำคัญคือการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพแวดล้อมและการใช้พลังงานสะอาด ส่งผลให้อุตสาหกรรมรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (EV) เติบโตอย่างมาก ซึ่งอยู่ในแผนพัฒนาอุตสาหกรรม S-Curve ภายใต้แผนการลงทุน EEC และ Roadmap การใช้รถยนต์ EV ในประเทศไทยปี 2578 และถือเป็นกลไกที่จะช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมรถยนต์ EV อยู่ในทิศทางที่เติบโตมากขึ้น

โดย​ IRPC อยู่ในระหว่างการวิจัยและพัฒนาวัสดุที่เป็นส่วนประกอบของแบตเตอรี่ที่เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนารถยนต์ EV เช่น Battery Separator และ Li-Ion Electrode นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังได้ร่วมทุนกับบริษัท เจแปน โพลิโพรพิลีน คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ JPP ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 50 ของบริษัท ไมเท็กซ์ โพลิเมอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (Mytex Polymers (Thailand) Co. Ltd) รุกตลาดเม็ดพลาสติกชนิดพิเศษพีพีคอมพาวด์ ( Polypropylene Compound: PP Compound ) ให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั้งในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งขณะนี้เริ่มดำเนินการผลิตและอยู่ในระหว่างการทดสอบผลิตภัณฑ์ เนื่องจากการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ EV เป็นปัจจัยบวกสำหรับผลิตภัณฑ์ ปิโตรเคมี เพราะมีทิศทางความต้องการใช้พลาสติกเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตของรถยนต์ EV ในสัดส่วนต่อคันที่เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 50

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2564 บริษัท IRPC มีรายได้จากการขายสุทธิ 48,388 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 4 ปี 2563 จากราคาขายที่เพิ่มขึ้น 25% ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีกำไรจากสต๊อกน้ำมันรวม 5,002 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,639 ล้านบาท จากไตรมาส 4 ปี 2563
ประกอบกับมีพนักงานเข้าร่วมโครงการจูงใจจาก หรือโครงการ NOAH (New Organization with Agile Human) ในไตรมาส 4 ปี 2563 ทำให้ IRPC มีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) จำนวน 8,783 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132% ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 5,581 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,973 ล้านบาท เทียบกับ ไตรมาส 4 ปี 2563

Advertisment