GC เปิดโรงงานพลาสติกแห่งแรกในเมียนมา รองรับตลาดอาเซียนเติบโต

- Advertisment-

SP PETPACK จับมือ GC เปิดโรงงานพลาสติกแห่งแรกในประเทศเมียนมา โดยระยะแรก มีกำลังการผลิต 3,000 ตันต่อปี และจะขยายเป็น 8,000 ตันต่อปี ภายในปี 2569 เพื่อรองรับลูกค้าทั้งในตลาดเมียนมาและอาเซียน

บริษัท เอส.พี.เพ็ทแพ็ค จำกัด ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมพลาสติกในประเทศไทย และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ ร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) โครงการพัฒนาตลาดบรรจุภัณฑ์พลาสติกในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (PTTGC & S.P. Petpack) กำลังการผลิตรวมประมาณ 3,000 ตันต่อปีในระยะแรก และขยายกำลังการผลิตต่อเนื่องเป็น 8,800 ตันต่อปี ในปี 2569 มูลค่าโครงการรวมประมาณ 12 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา

นายธเนศ ปณิธานศิริกุล ผู้อำนวยการโรงงาน บริษัท เอส.พี.เพ็ทแพ็ค จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ขยายฐานการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกมายังนิคมเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เนื่องจากมีความเหมาะสมทั้งด้านการซัพพลายสาธารณูปโภค และความพร้อมด้านแรงงานชาวเมียนมา ทำให้การรวมกลุ่มกันของนักลงทุนในภาคการผลิตอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์อย่างครบวงจร ทั้งจากอาเซียนและทวีปยุโรป บริษัทจึงมีความมุ่งมั่นในการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั้งในเมียนมาและในอาเซียน

โดยพันธมิตรที่แข็งแกร่ง อย่าง GC จะให้การสนับสนุนวัตถุดิบหลัก คือ เม็ดพลาสติก InnoPlus คุณภาพสูง เพื่อการพัฒนาตลาดผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก ในเมียนมา ทำให้โรงงานผลิตภัณฑ์พลาสติกจากประเทศไทยเกิดขึ้นเป็นโรงงานแรก นับเป็นความก้าวหน้าสำคัญของกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกไทย โดย GC ถือหุ้นในสัดส่วน 25%

- Advertisment -

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ GC กล่าวว่า GC ขยายการลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีทั้งในและต่างประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดยุคใหม่ โดยมุ่งเน้นการขยายตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม) ด้วยการสนับสนุนผู้ประกอบการพลาสติกของไทย ไปลงทุนขยายการผลิตในกลุ่มประเทศ CLMV เพื่อพัฒนาตลาดผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก รองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น เช่น โครงการความร่วมมือในเมียนมา ที่จะสามารถพัฒนาและต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งไปพร้อมกัน

สำหรับตลาดพลาสติกของ CLMV มีศักยภาพดีมาก เนื่องจากประเทศในกลุ่มนี้ มีอัตราการเจริญเติบโต สะท้อนความต้องการใช้พลาสติกซึ่งนำไปผลิตผลิตภัณฑ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน มีอัตราสูงขึ้น 1.5 – 2.0 เท่าของ GDP หากเจาะลึกไปที่ตลาดเมียนมา ซึ่งมีความต้องการพลาสติกจำนวน 250,000 – 300,000 ตันต่อปี มีอัตราการเจริญเติบโตอยู่ที่ 1.7 เท่าของ GDP สะท้อนให้เห็นถึงอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจที่ค่อนข้างสูง สามารถเชื่อมโยงไปสู่ความต้องการใช้พลาสติกในอัตราสูงกว่า 10%

ทั้งนี้ โรงงาน SP Petpack ในเมียนมา ดำเนินงานโดย บริษัท S.P. Petpack Intergroup Inter Group (Myanmar) Co., Ltd. ประกอบธุรกิจและสร้างโรงงานเพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบเป่าและแบบฉีดโดยใช้เม็ดพลาสติก InnoPlus ชนิด HDPE, LDPE, PET เพื่อผลิตเป็นถังน้ำมันเครื่อง ถังแกลลอน ถังสี เป็นต้น เป็นโรงงานที่มีความพร้อมทางเทคโนโลยีการผลิตที่มีเครื่องจักรที่ทันสมัย ที่มีประสิทธิภาพและกำลังการผลิตที่สูง และได้มาตรฐานสากล

Advertisment