จี้​เชฟรอน​ ​- ปตท.สผ.เร่งแก้ปัญหาเข้าพื้นที่แหล่งเอราวัณ​ล่าช้า

- Advertisment-

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติออกโรง จี้ให้เชฟรอนฯ และ ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ฯ เร่งแก้ปัญหาการเข้าพื้นที่แหล่งเอราวัณล่าช้าเพื่อให้การผลิตก๊าซฯ หลังสิ้นสุดสัมปทาน เม.ย.2565​ที่รายใหม่จะมารับช่วงต่อจากรายเดิม​เป็นไปอย่างต่อเนื่อง​ เชื่อทุกฝ่ายต้องยึดประโยชน์ของคนไทยเป็นหลัก

กรณีที่มีการรายงานข่าวว่าค่าไฟฟ้าอาจจะแพงขึ้นจากกรณีการผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งกลุ่มเอราวัณที่การผลิตอาจจะไม่ต่อเนื่องหลังสัมปทานสิ้นอายุในปี พ.ศ. 2565 นั้น วันนี้​(1​มี.ค.2564​)​ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ​ ออกมาชี้แจงว่า​ กรณีดังกล่าวมีสาเหตุมาจากความล่าช้าในการเจรจาหารือในการเข้าพื้นที่ระหว่าง บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด (ในฐานะผู้รับสัมปทานปัจจุบัน) กับบริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ฯ ในฐานะผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือ PSC ในแปลง G1/61 (แหล่งกลุ่มเอราวัณเดิม) เพื่อขอเข้าพื้นที่และเตรียมการดำเนินงานต่าง ๆ ในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition period) จากระบบสัมปทานที่จะสิ้นสุดระยะเวลาในเดือนเมษายน พ.ศ. 2565 ซึ่งบริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ฯ ในฐานะผู้ดำเนินงานรายใหม่จะต้องเริ่มดำเนินการต่อเพื่อให้มีความต่อเนื่องในการผลิตก๊าซธรรมชาติให้สามารถรักษาระดับการผลิตก๊าซธรรมชาติได้ตามเป้าหมาย ที่วันละ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุต

โดย​ นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ​กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมว่า​ การเข้าพื้นที่ล่าช้าดังกล่าว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นที่อยู่ในกระบวนการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ เพราะเรื่องดังกล่าวก็เป็นไปตามกระบวนการทางข้อกฎหมาย ซึ่งอาจมีความเห็นไม่ตรงกันได้และสามารถเกิดขึ้นได้โดยทั่วไปแล้วแต่กรณี

แต่การเข้าพื้นที่ของผู้รับสัญญารายใหม่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition period) นั้น เป็นความจำเป็นที่เราต้องได้รับความร่วมมืออย่างเร่งด่วนและจริงใจจากทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งรายปัจจุบันและรายใหม่ที่จะเข้ามาดำเนินการ เพื่อให้การบริหารพลังงานของประเทศไม่มีการสะดุด และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งกระทรวงพลังงานโดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะพยายามเร่งให้ทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาหารือโดยเร็วที่สุด เพราะเชื่อมั่นว่าทุกฝ่ายต้องยึดประโยชน์ของคนไทยเป็นหลัก”

- Advertisment -
Advertisment