ไออาร์พีซี ประกาศแนวทางดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริตหวังเป็นเครื่องมือสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

- Advertisment-

ไออาร์พีซี ประกาศแนวทางดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต เน้นย้ำให้บุคลากรในองค์กรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หวังเป็นเครื่องมือสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมแจงความคืบหน้าธุรกิจบริษัทลูก โดยวิทยาลัย เทคโนโลยีไออาร์พีซี เตรียมปั้นนักศึกษาด้านยานยนต์ EV บริษัท ไออาร์พีซี คลีนพาวเวอร์ จำกัด เตรียมขยายกำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มอีก 70 เมกะวัตต์ป้อนพื้นที่อุตสาหกรรมภาคตะวันออก ขณะบริษัท รักษ์ป่าสัก จำกัด พร้อมเปิดตัวสินค้าจากศูนย์นวัตกรรมไออาร์พีซีตัวแรก “ปุ๋ยซิงค์ออกไซต์นาโน” 1 พ.ย. 2564 และปี 2565 เตรียมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมกัญชา

นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) กล่าวในงาน “CG Conference 2021 synchronization for the life balance ผสานความร่วมมือ สร้างสมดุลให้กับทุกชีวิต” ว่า IRPC ได้ประกาศเจตนารมณ์การดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล โดยยึดหลักการกำกับกิจการที่ดี ต่อต้านการทุจริตในทุกภาคส่วนของบริษัทฯ ตั้งแต่ระดับพนักงาน ลูกค้า ผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมคำนึงถึงสมดุลของสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจตามแนวทางดังกล่าวมาโดยตลอด และมีการจัดงานในลักษณะนี้ทุกปีเพื่อตอกย้ำการทำงานด้วยหลักธรรมาภิบาล พร้อมแลกเปลี่ยนความเห็นและกระตุ้นพนักงานให้ดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวอย่างเครงครัด เพื่อการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน

นายโพธิวัฒน์ เผ่าพงศ์ช่วง กรรมการผู้จัดการและผู้ได้รับใบอนุญาต บริษัท เทคโนโลยีไออาร์พีซี จำกัด กล่าวว่า ผู้ก่อตั้งวิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซี (IRPCT) เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านอาชีวะระดับช่างฝีมืออาชีพและเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อตอบสนองนโยบายภาครัฐตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยปัจจุบันได้ผลิตนักศึกษาป้อนเข้าสู่บริษัท IRPC ได้กว่า 1,000 คน และในปี 2565 จะเริ่มเปิดการสอนด้านยานยนต์ไฟฟ้า(EV) เพิ่มเติมจากการศึกษาด้านปิโตรเคมี หุ่นยนต์ และอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อเป็นไปตามนโยบายของรัฐและแนวโน้มด้านยานยนต์ของโลก

โดยการบริหารงานของ บริษัท เทคโนโลยีไออาร์พีซีฯ เน้นการบริหารจัดการที่ดีตามแนวทาง IRPC Group Way of Conduct หรือแนวปฏิบัติการกำกับกิจการที่ดีและต่อต้านการทุจริต ซึ่งเมื่อรวมกับด้านสมาร์ทไอที จะเป็นการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรให้เก่งทั้งด้านทักษะ วินัย ความรับผิดชอบ เพื่อผลิตบุคลากรที่ดีออกสู่สังคม โดยปัจจุบัน IRPC เติบโตมาครบ 40 ปี และอยากเห็นการพัฒนาบุคลากรที่ดีอีก 2 เจนเนอเรชั่นเพื่อให้ IRPC เติบโตถึง 100 ปี

- Advertisment -

นายไกรศรี ภัณฑ์กิจนิรันดร กรรมการผู้จัดการบริษัท ไอพอลิเมอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท Startup แห่งแรกของ IRPC กล่าวว่า บริษัทไอพอลิเมอร์เป็นผู้ขายเม็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์ทางออนไลน์ มีแพลตฟอร์มในการเลือกซื้อสินค้าที่สามารถเปรียบเทียบราคา ระบุวันซื้อ ซึ่งแพลตฟอร์มจะรวบรวมยอดคำสั่งซื้อเป็นคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ไปสู่ซัพพลายเออร์ ซึ่งการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ดังกล่าวจะทำให้ลูกค้าเลือกสินค้าที่ตรงความต้องการและคุณภาพดี รวมทั้งยังแยกผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อได้ตรงความต้องการมากที่สุดและสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการขนาดกลาง
และขนาดย่อม(SME) ไปพร้อมกันด้วย ปัจจุบันบริษัทฯ มีลูกค้ากว่า 500 บริษัท ในเวลาเพียง 2 ปี ยอดขายเติบโตปีละ 65%

ทั้งนี้บริษัทฯ มีภารกิจบริหารงาน 3 ด้าน คือ 1. สร้างความน่าเชื่อถือกับลูกค้า 2.รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันได้แนะนำลูกค้าให้ใช้เม็ดพลาสติกแบบรีไซเคิลด้วย 3. สร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจ SME โดยให้ความรู้ที่จำเป็นเช่น การรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงโลก การเงินธุรกิจออนไลน์และด้านกฎหมายต่างๆ

นายวุฒิชัย ชนปิยางกูร ผู้จัดการใหญ่บริษัท ไออาร์พีซี คลีนพาวเวอร์ จำกัด กล่าวว่า ไออาร์พีซี คลีนพาวเวอร์ เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าป้อนเขตพื้นที่อุตสาหกรรมภาคตะวันออกและในพื้นที่ IRPC จากเดิมมีกำลังผลิต 240 เมกะวัตต์ โดยโรงไฟฟ้ามีอายุเฉลี่ย 20-25 ปี ดังนั้นเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่บริษัทฯให้ความสำคัญมาก การดำเนินงานจึงต้องมุ่งเน้นความยั่งยืน โปร่งใส สร้างการยอมรับจากชุมชน สังคม ผู้มีส่วนได้เสีย ตามแนวนโยบายของ IRPC อย่างไรก็ตามในอนาคตจะมีการสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มอีก 70 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้ปี 2565 มีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมไม่ต่ำกว่า 300 เมกะวัตต์

นายภาณุทัต เกียรติ์อนันต์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักษ์ป่าสัก จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจด้านการขนส่งน้ำมัน และปิโตรเคมีทางเรือ ดังนั้นจึงต้องคำนึงถึงผลกระทบกับชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อมและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่ง IRPC มีคู่มือ IRPC Group Way of Conduct ที่บริษัทนำมาปฏิบัติตามจนประสบความสำเร็จ นอกจากนี้บริษัทฯยังมีกลยุทธ์ชัดเจนทั้งระยะสั้น กลาง ยาว โดยมุ่งเน้นการใช้วัสดุภัณฑ์ที่ยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับ New S curve ของประเทศ พร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรต่างๆ เพื่อให้บริษัทฯ เติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับในปี 2564 นี้ ทาง IRPC ได้มอบหมายให้เปิดธุรกิจใหม่ออกสู่ตลาด ซึ่งเป็นสินค้าจากศูนย์นวัตกรรมไออาร์พีซีตัวแรกคือ ปุ๋ยซิงค์ออกไซต์นาโน ธาตุอาหารเสริมสำหรับพืช ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยจะเริ่มออกสู่ตลาดครั้งแรก 1 พ.ย. 2564 นี้ และในปี 2565 ศูนย์นวัตกรรมวิจัยฯ จะพัฒนาสินค้าอีก 4-5 ตัว เพื่อออกสู่ตลาดอีก ได้แก่ อาหารเสริมในสัตว์ เวชสำอาง ไบโอเทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ผสมกัญชา เป็นต้น

Advertisment