- Advertisment-

ไทยส่งสัญญาณพร้อมเปิดประเทศต้อนรับนักลงทุนด้านพลังงานของโลก เตรียมจัดงานนิทรรศการและการประชุมด้านพลังงานสำคัญที่สุดระดับประเทศ “ฟิวเจอร์ เอนเนอร์ยี เอเชีย (Future Energy Asia : FEA)” และ “ฟิวเจอร์ โมบิลีตี้ เอเชีย (Future Mobility Asia : FMA)” ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค 20-22 ก.ค. 2565 นี้  เชื่อเป็นการรวมตัวคนพลังงานระดับโลกกว่า 1 หมื่นคน เกิดการเจรจาธุรกิจหลายพันล้านบาท พร้อมประชุมแลกเปลี่ยนความเห็นด้านภาพรวมพลังงานเอเชียที่มุ่งสู่พลังงานสีเขียว และการโชว์สุดยอดนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต

นายทวารัฐ สูตะบุตร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน

นายทวารัฐ สูตะบุตร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน และในฐานะประธานร่วมของคณะกรรมการขับเคลื่อนยานยนต์แห่งอนาคตในเอเชีย เปิดเผยว่า ในวันที่ 20-22 ก.ค. 2565 ประเทศไทยจะจัดงานนิทรรศการและการประชุมด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดระดับประเทศ ในชื่อ “ฟิวเจอร์ เอนเนอร์ยี เอเชีย (Future Energy Asia : FEA)”  และ “ฟิวเจอร์ โมบิลีตี้ เอเชีย (Future Mobility Asia : FMA)” ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยงานนี้ กระทรวงพลังงาน ได้ร่วมกับบริษัท ดีเอ็มจี อีเวนท์ ซึ่งเป็นผู้จัดงานนิทรรศการและการประชุมด้านพลังงานรายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์ และการโชว์สุดยอดนวัตกรรมพลังงานสีเขียวของเอเชียและของโลก  รวมถึงยังเป็นการส่งสัญญาณให้ทั่วโลกได้เห็นว่าไทยพร้อมกลับมาเปิดประเทศสู่ภาวะปกติเพื่อต้อนรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว

สำหรับงาน FEA จะมีเวทีเสวนาเกี่ยวกับภาพรวมพลังงานเอเชีย ที่จะมุ่งเน้นไปที่พลังงานสะอาด พลังงานสีเขียวอย่างไร โดยจะมีการเสวนาทั้งด้านสมาร์ทกริด พลังงานทดแทน ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในเอเชีย สายส่งไฟฟ้าอาเซียน รวมถึงเรื่องของการการดักจับ กักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ และพลังงานไฮโดรเจนแห่งอนาคต     

- Advertisment -

- Advertisment -.

ส่วนงาน FMA จะเป็นการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานสะอาดของอาเซียน โดยไทยเป็นผู้นำอาเซียนด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ดังนั้นจะได้ประโยชน์ในด้านข้อมูล เพื่อรองรับการปรับตัวในช่วงเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีด้านยานยนต์ที่ใช้น้ำมันไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงยานยนต์ที่ใช้ไฮโดรเจนเป็นพลังงานในอนาคตด้วย ซึ่งในงานนี้จะมีการโชว์เทคโนโลยีทั้งด้านนวัตกรรมยานยนต์ใหม่ๆ และระบบนิเวศน์ที่เกี่ยวข้องด้วย จึงอยากเชิญชวนทั้งชาวไทยและอาเซียน รวมถึงชาวต่างชาติเข้าร่วมแลกเปลี่ยนและศึกษาข้อมูลของเอเชียในครั้งนี้

“ภาพรวมอนาคตของเอเชีย จะมาทาง green มากขึ้นและพลังงานทดแทนจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในภูมิภาค และจะเกิดการติดต่อ แลกเปลี่ยนข้อมูล และการซื้อขายพลังงานระหว่างกันมากขึ้นด้วย” นายทวารัฐ กล่าว

นายเชน ยุหยวน หัวหน้าฝ่ายการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน บริษัท ดีเอ็มจี อีเว้นท์

นายเชน ยุหยวน หัวหน้าฝ่ายการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน บริษัท ดีเอ็มจี อีเว้นท์ กล่าวว่า การจัดงาน FEA และ FMA ในครั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนอาเซียนสู่พลังงานสะอาดตามเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero greenhouse gas emission) ของโลกภายในปี ค.ศ. 2065 หรือ พ.ศ. 2608  ซึ่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน และรัฐบาลมีการส่งเสริมด้านพลังงานทดแทนอย่างเข้มข้น เช่น นโยบาย 30@30 หรือการผลิตรถ EV ให้ได้ 30%  ภายในปี ค.ศ. 2030  จึงเป็นประเทศที่เหมาะแก่การจัดงานพบปะผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานระดับเอเชียและระดับโลกในครั้งนี้ โดยงาน FEA นี้ บริษัทฯ ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 แล้ว ส่วนงาน FMA จัดขึ้นเป็นครั้งแรก

สำหรับไฮไลท์ของงาน นอกจากจะมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมาเปิดงานแล้ว ยังมีการแสดงวิสัยทัศน์จากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานของไทยอย่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รวมถึงมีการลงนามความร่วมมือ (MOU) ด้านเทคโนโลยีการดัก จับ กัก เก็บ คาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนี้ยังมีการประชุมพูดคุยด้านนโยบายและยุทธศาสตร์พลังงานไฮโดรเจน การโชว์สุดยอดนวัตกรรมพลังงานสะอาด และโอกาสในการลงทุน ซึ่งคาดว่าจะเกิดการเจรจาการค้าการลงทุนหลายพันล้านบาท โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 1 หมื่นคน จาก 50 ประเทศทั่วโลก

นายชนินทร์ ขาวจันทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

นายชนินทร์ ขาวจันทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์แห่งเอเชีย เมื่อทิศทางความต้องการใช้รถยนต์เปลี่ยนไปสู่รถ EV ก็ต้องเรียนรู้และปรับตัวให้ทัน เพื่อให้ไทยยังคงเป็นฐานการผลิตรถแห่งเอเชียต่อไป และ BOI ก็พร้อมให้การสนับสนุนการผลิตรถ EV ในอนาคตทุกหมวดหมู่ รวมทั้งยังต้องเก็บเกี่ยวข้อมูลด้านรถ EV ของโลกเพื่อนำมากำหนดนโยบายด้านการส่งเสริมการผลิตรถ EV ในเมืองไทยต่อไป โดยประเทศไทยตั้งเป้าหมายการผลิตรถ EV ให้ได้ 7.25 แสนคัน ภายในปี ค.ศ. 2030 โดยปัจจุบันมีรถ EV ที่จดทะเบียนใหม่อยู่  4.4 แสนคัน สูงขึ้นจากปี 2564 ที่มียอดจดทะเบียน 1 หมื่นคัน

นายอัครินทร์ สุวรรณรัตน์ ผู้ช่วยพิเศษของซีอีโอและอีวีพี บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด

นายอัครินทร์ สุวรรณรัตน์ ผู้ช่วยพิเศษของซีอีโอและอีวีพี บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ พร้อมจัดแสดงนวัตกรรมด้านยานยนต์ EV เนื่องจากปัจจุบันบริษัทฯ มีความก้าวหน้าด้านรถ EV จำนวนมาก และมีโรงงานแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ทั้งนี้ เห็นว่าต่อไปไทยควรส่งเสริมด้านสถานีชาร์จรถ EV ให้มากขึ้น โดยไฟฟ้าที่ป้อนรถ EV ก็ควรเป็นพลังงานสะอาดด้วย เพื่อให้ทั้งห่วงโซ่เป็น Net Zero ที่แท้จริง และเชื่อว่าในอนาคตความต้องการใช้รถ EV จะมากขึ้นตามไปด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม FEA >> https://www.futureenergyasia.com/ และ FMA >> https://www.future-mobility.asia/

Advertisment

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here