ไตรมาส 1/63 ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ทั้ง SPRC บางจาก กลุ่มปตท. ขาดทุนสต็อก อ่วม

ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ ทั้ง  SPRC  บางจาก และ กลุ่มปตท. ต่างมีผลประกอบการไตรมาส 1/2563 ลดลงเพราะขาดทุนสต็อก อย่างหนัก จากราคาน้ำมันที่ร่วงลงอย่างรวดเร็วและแรง จาก 67.3 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในช่วงต้นไตรมาส  มาอยู่ที่ 23.4 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ในช่วงปลายไตรมาส โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดไปทั่วโลกของไวรัสโควิด-19  ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกต้องหยุดชะงัก ประกอบกับกลุ่มโอเปกและพันธมิตรไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตจนเกิดภาวะอุปทานล้นตลาด 

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน ( Energy News Center-ENC ) รวบรวมผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 ของปี 2563 ของบริษัทที่มีธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน โดยพบว่า ทั้ง บมจ. สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง หรือ SPRC บางจาก และ กลุ่มปตท. ต่างขาดทุนสต็อกน้ำมันอย่างมาก จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลงมาเร็วและแรงจาก 67.3 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในช่วงต้นไตรมาส 1 ปี 2563 มาอยู่ที่ 23.4 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในช่วงปลายไตรมาส เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดไปทั่วโลกของไวรัสโควิด-19  ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกต้องหยุดชะงัก ประกอบกับกลุ่มโอเปกและพันธมิตรไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตจนเกิดภาวะอุปทานล้นตลาด

โดย บมจ. สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC)  เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 1/2563 ว่าบริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 261 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (8,273 ล้านบาท) โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลงอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือในช่วงปลายไตรมาสที่ 1/2563 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ 4/2562 ที่บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2,975 ล้านบาท) เนื่องจากในช่วงไตรมาสดังกล่าวมีการดำเนินงานตามแผนการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ รวมถึงโครงการการเพิ่มกำลังการผลิตและการปรับปรุงความเชื่อถือได้ของอุปกรณ์และเครื่องจักร ซึ่งแล้วเสร็จด้วยดี และเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1/2562 บริษัทฯ ยังมีผลกำไรสุทธิ 53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,690 ล้านบาท)

นอกจากนี้ผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบคงคลังที่ลดลง ทำให้ค่าการกลั่นตลาดปรับตัวลงมาอยู่ที่ 1.28 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1/2563 เช่นกัน ผลกระทบต่าง ๆ เหล่านี้สะท้อนถึงสภาวะตลาดที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันดิบและเชื้อเพลิงด้านการขนส่งทั่วโลกลดลง

ส่วน บางจาก  กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน มี EBITDA ติดลบ 2,590 ล้านบาท มีค่าการกลั่นพื้นฐาน 2.87 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ค่าการกลั่นยังอยู่ในระดับต่ำเนื่องจากส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปและน้ำมันดิบอ้างอิงในผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก ทำให้โรงกลั่นต้องปรับลดกำลังการผลิตมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยมีอัตราการผลิตเฉลี่ย 104,300 บาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นร้อยละ 87 ของกำลังการผลิตรวมของโรงกลั่น และจากการที่ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงอย่างมากในไตรมาสนี้ ธุรกิจโรงกลั่นมี Inventory Loss 2,774 ล้านบาท (รวมขาดทุนจากการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ (NRV)) ทำให้ธุรกิจโรงกลั่นมีผลการดำเนินงานปรับลดลงค่อนข้างมาก

ในขณะที่กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นของปตท.มีผลประกอบการลดลง จากการขาดทุนสต็อกน้ำมันอยู่ที่ 35,695 ล้านบาท