โควิด-19ระลอกใหม่ กระทบกระบวนการประมูลโรงไฟฟ้าชุมชน

N4431
- Advertisment-

โควิด-19ระลอกใหม่ กระทบกระบวนการประมูลโรงไฟฟ้าชุมชน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) สั่งให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(PEA) ทบทวนระยะเวลาเปิดรับคำเสนอขายไฟฟ้าอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ได้เห็นชอบให้เลื่อนเป็น 27-30 เม.ย.2564 แทน 21-30 เม.ย. 2564 และใช้ระบบออนไลน์รับสมัครแทนได้ ชี้หาก PEA ทำระบบออนไลน์ไม่ทัน อาจต้องเสนอ บอร์ด กกพ. ในวันที่ 21 เม.ย. 2564 เพื่อเลื่อนเปิดรับสมัครเป็นเดือน พ.ค. 2564 แทน ระบุเพื่อความโปร่งใสในการประมูล กกพ.จะทำหน้าที่เปิดซองราคาและประกาศรายชื่อผู้ชนะเอง

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงาน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน​ (สำนักงาน กกพ.) และในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า กกพ.ได้สั่งการให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(PEA) ไปประเมินผลกระทบไวรัสโควิด-19 ต่อการเปิดประมูลโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก​ (โครงการนำร่อง) พ.ศ.2564 ว่าจะสามารถเปิดให้ยื่นคำเสนอขายไฟฟ้าได้ตามกำหนดเดิม 21-30 เม.ย. 2564 ได้หรือไม่ รวมทั้งให้พิจารณาว่าจะใช้วิธีการรับข้อเสนออย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยให้ PEA เสนอแนวทางเข้ามาให้ กกพ.พิจารณาโดยเร็ว

เบื้องต้นเมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2564 ทาง PEA ได้เสนอขอเลื่อนวันรับคำเสนอขายไฟฟ้าเป็น 27-30 เม.ย. 2564 และขอใช้ระบบออนไลน์ในการยื่นคำเสนอดังกล่าวด้วย เพื่อลดปัญหาการเดินทางมาพบปะกันตามนโยบายของรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้เกิดการรวมตัวกันของคนจำนวนมาก ซึ่ง กกพ. เห็นควรให้ดำเนินการทางระบบออนไลน์ได้ตามวันดังกล่าว แต่ต้องดูว่าทาง PEA จะจัดการระบบออนไลน์ได้ทัน 27-30 เม.ย.2564 นี้หรือไม่ หากไม่ทันอาจต้องส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ(บอร์ด) กกพ. ในวันที่ 21 เม.ย. 2564 เพื่อเลื่อนระยะเวลาเปิดรับคำเสนอขายไฟฟ้าไปเป็นเดือน พ.ค. 2564 แทน

ทั้งนี้หากเปิดรับคำเสนอขายไฟฟ้าผ่านระบบออนไลน์ ทาง กกพ.ยังคงให้ยึดแนวทางเรียงตามลำดับการสมัครก่อนหลังในการพิจารณาคัดเลือกเพื่อเข้าแข่งขันประมูลราคาเช่นเดิม และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใสในการประมูลโรงไฟฟ้าชุมชนฯครั้งนี้ ทาง กกพ.พิจารณาเห็นว่า กกพ.จะเป็นผู้ดำเนินการเปิดซองประมูลราคาและเป็นผู้ประกาศว่ารายใดผ่านการประมูลเอง โดย PEA จะทำหน้าที่เปิดรับคำเสนอขายไฟฟ้าจากผู้ประกอบการ และพิจารณาคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูล และพิจารณาด้านเทคนิคการประมูลเท่านั้น จากนั้นจะส่งรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ดังกล่าวมาให้ กกพ.เพื่อดำเนินการเปิดซองประมูลด้านราคาต่อไป

- Advertisment -

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC) รายงานว่า การเปิดรับคำเสนอขายไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนฯ ปัจจุบัน กกพ.มอบหมายให้ PEA เป็นผู้ดำเนินการเพียงรายเดียว เนื่องจากการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) เสนอให้ PEAดำเนินการเพียงรายเดียวเพื่อความสะดวกรวดเร็ว ประกอบกับเห็นว่าโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนฯ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงชีวมวลและชีวภาพ ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล อาจมีผู้ดำเนินโครงการไม่มากนักจึงให้ PEA เปิดรับเพียงรายเดียว ส่วน กฟน.ก็ยังคงเป็นคณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติและด้านเทคนิคอยู่ต่อไป

สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนฯ จะเปิดรับซื้อไฟฟ้ารวม 150 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล 75 เมกะวัตต์ เสนอขายโครงการละไม่เกิน 6 เมกะวัตต์ และเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ(พืชพลังงาน ผสมน้ำเสีย/ของเสีย น้อยกว่าหรือเท่ากับ 25%) 75 เมกะวัตต์ เสนอขายโครงการละไม่เกิน 3 เมกะวัตต์

อัตรารับซื้อไฟฟ้า แบ่งเป็น 1. ชีวมวล กำลังผลิตติดตั้งไม่เกิน 3 เมกะวัตต์ คิดอัตรา Feed-in Tariff (FiT) ที่ 4.8482 บาทต่อหน่วย และกำลังการผลิตติดตั้งมากกว่า 3 เมกะวัตต์ FiT ที่ 4.2636 บาทต่อหน่วย 2. ก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน) มี FiT ที่ 4.7269 บาทต่อหน่วย โดยทั้งหมดมีระยะเวลาสนับสนุน 20 ปี และมี FiT Premium สำหรับพื้นที่พิเศษ อีก 0.50 บาทต่อหน่วย

Advertisment