เอสโซ่ ทุ่มงบ 1,500 ล้านบาท ขยายปั๊มทะลุ 700 แห่งในปี 64 หวังขยับขึ้นเป็นปั๊มเบอร์สองของประเทศ

เอสโซ่ ทุ่มงบ 1,500 ล้านบาท ขยายปั๊มให้มากกว่า 700 แห่ง ในปี 2564 จากปัจจุบันอยู่ที่ 670 แห่ง หวังก้าวขึ้นเป็นเบอร์สองของประเทศ พร้อมจับมือพันธมิตรขยายธุรกิจนอนออยล์ เตรียมเปิดร้านกาแฟ Coffee Journey เป็น 15 แห่งภายในปี 2563 ยอมรับปัญหาโควิด-19 กระทบยอดใช้น้ำมันเครื่องบิน เร่งศึกษาเปลี่ยนการผลิตน้ำมันเจทเป็นเบนซินรองรับความต้องการใช้ของประชาชน ยืนยันชะลอโครงการลงทุนก่อสร้างโรงงานปิโตรเคมีขนาดใหญ่ในไทยไปก่อนจนกว่าสถานการณ์เหมาะสม

นายอดิศักดิ์ แจ้งกมลกุลชัย ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เอสโซ่ เตรียมลงทุน 1,200-1,500 ล้านบาท ในปี 2564 ขยายปั๊มและการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นน้ำมัน โดยมีเป้าหมายจะขยายปั๊มให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 700 แห่ง จากปัจจุบันอยู่ที่ 670 แห่ง และสิ้นปี 2563 จะเพิ่มเป็น 690 แห่ง รวมถึงขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในการเพิ่มร้านค้าและบริการในปั๊มทั้ง เบอร์เกอร์คิงส์ ,แมคโดนัลด์ ,เคเอฟซี ,เดอะพิซซ่า คัมปะนี ,เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส และแฟมิลี่มาร์ท เป็นต้น และล่าสุด ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับกลุ่มไมเนอร์ฟู้ด เปิดร้านกาแฟใหม่ คือ Coffee Journey โดยเพิ่งเปิดสาขาแรก 2 แห่งที่ รามอินทรา กม.6.5 และสาขาพระราม 9 ซึ่งตั้งเป้าหมายจะขยายเป็น 12-15 แห่งภายในปี 2563 นี้

โดยเอสโซ่มีเป้าหมายจะก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการน้ำมันหลักอันดับ 2 ของประเทศ จากปัจจุบันอยู่อันดับ 3-4 ซึ่งประเมินว่าในช่วงไตรมาส 4 การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันจะรุนแรงขึ้น โดยจะเห็นโปรโมชั่น “ลด แลก แจก แถม” ออกมากระตุ้นยอดขายมากขึ้นด้วย ขณะที่มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ ก็จะเป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปลายปี 2563 นี้

Advertisment

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบต่อการเดินทางด้วยเครื่องบิน ทำให้โรงกลั่นเอสโซ่ มีแนวทางบริหารจัดการโดยปรับเปลี่ยนจากการกลั่นน้ำมันเครื่องบิน(Jet) ไปกลั่นดีเซลแทน และกำลังศึกษาการปรับเปลี่ยนการกลั่นน้ำมันเครื่องบิน(Jet) ไปเป็นการกลั่นเบนซินแทน ซึ่งเป็นจุดแข็งของโรงกลั่นเอสโซ่ที่สามารถดำเนินการได้ แต่จะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่นั้น ยังต้องพิจารณาความต้องการใช้ระหว่างดีเซลและเบนซินเป็นหลักต่อไป

ส่วนความคืบหน้าโครงการลงทุนก่อสร้างโรงงานปิโตรเคมีขนาดใหญ่ของบริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด ที่บริษัทแม่อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ที่จะลงทุนในไทยนั้น ขณะนี้ได้ชะลอการศึกษาและลงทุนออกไปก่อน เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้บริษัทพลังงานทั่วโลกได้รับผลกระทบ ดังนั้นจึงจะพิจารณาการศึกษาลงทุนใหม่ในช่วงที่สถานการณ์เหมาะสมต่อไป สำหรับโครงการดังกล่าวมีมูลค่าลงทุนประมาณ 3 แสนล้านบาท ในพื้นที่ อ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี ซึ่งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

 

 

Advertisment

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here