เผยมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลฉุดความต้องการ​ใช้ไฟภาคธุรกิจ ครึ่งปี 64 ลด 5%

- Advertisment-

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) คาดการณ์แนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งปี 2564 จะลดลง 0.4 % โดยตัวเลข 6เดือนแรกของปี (ม.ค.-มิ.ย.)​ การใช้ลดลงมากในภาคธุรกิจ 5% และภาคครัวเรือน ลดลง 1.9% จากมาตรการล็อกดาวน์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด โควิด-19 ของรัฐบาลแต่ยังดีที่ภาคอุตสาหกรรม​ที่มีสัดส่วนการใช้ 45% นั้นยังมีความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้น 6.1% จากภาคการส่งออกที่ฟื้นตัว ส่วนการใช้พลังงานขั้นต้นในปี 2564 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1%

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยถึงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกที่3 ตั้งแต่เดือน เม.ย.2564 ที่ผ่านมาซึ่งภาครัฐมีมาตรการต่างๆ ออกมาเช่น การทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) การประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุดและการจำกัดการเดินทางข้ามจังหวัด นั้น ส่งผลต่อการใช้ไฟฟ้าช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 (ม.ค.-มิ.ย.)​ ในภาคธุรกิจที่มีสัดส่วนการใช้ 22%ของการใช้ทั้งหมด ลดลง 5% และภาคครัวเรือนที่คิดเป็นสัดส่วน 29% นั้นมีการใช้ที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี2563

อย่างไรก็ตามภาคอุตสาหกรรมการส่งออกที่ฟื้นตัวขึ้นทำให้ตัวเลขการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรม​ที่คิด​เป็นสัดส่วน 45% ของการใช้ยังเติบโตขึ้น 6.1% ทำให้คาดการณ์​ความต้องการใช้ไฟฟ้าตลอดทั้งปีจะอยู่ที่ 186,253 GWh ลดลงเล็กน้อยจากปี 2563 ที่การใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 187,046 GWh หรือลดลง 0.4% ( ความต้องการใช้ไฟฟ้าในปี 2562 ก่อนโควิด-19 แพร่ระบาดอยู่ที่ 192,960 GWh หรือต่างกัน 6,707 GWh)

สำหรับความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในระบบ 3 การไฟฟ้า (System Peak) ของปี 2564 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2564 เวลา 14.49 น. อยู่ที่ระดับ 31,023 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับปี 2563

- Advertisment -

สำหรับแนวโน้มการใช้พลังงานปี 2564 ซึ่ง สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2564 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 0.7 – 1.5 %เนื่องจาก (1) แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก (2) แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐ และ (3) การปรับตัวตามฐานการขยายตัวที่ต่ำผิดปกติในปี 2563 ส่วนราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก สศช. คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในปี 2564 จะอยู่ในช่วง 62 – 72 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากสมมุติฐานดังกล่าว จะส่งผลให้การใช้พลังงานขั้นต้นในปี 2564 เพิ่มขึ้น 0.1 % ตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาการผลิตเพื่อการส่งออกจากเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าที่เริ่มฟื้นตัว คาดการณ์ว่าการใช้พลังงานจะเพิ่มขึ้นเกือบทุกประเภทยกเว้นการใช้น้ำมัน

โดยปี 2564 การใช้ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน/ลิกไนต์ คาดว่าจะมีการใช้เพิ่มขึ้น 3.5% และ 1.8% ตามลำดับ ส่วนการใช้ไฟฟ้าพลังน้ำและไฟฟ้านำเข้า คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 11.7% ขณะที่การใช้น้ำมัน คาดว่าจะลดลง 5.5 %อันเป็นผลจากการยกระดับมาตรการล็อกดาวน์และการประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดในเดือนกรกฎาคม 2564 การใช้ LPG ในภาคครัวเรือน คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.9% ส่วนในภาคอุตสาหกรรมและการใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.3 %และ 11.5% ตามลำดับ ขณะที่ในภาคขนส่งคาดว่าจะมีการใช้ลดลง 24.0 %และก๊าซธรรมชาติ คาดว่าการใช้จะเพิ่มขึ้น 3.5 %

อย่างไรก็ตาม สนพ. ยังคงจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และปัจจัยอื่นๆ ที่จะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศอย่างใกล้ชิด อาทิ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก มาตรการในการป้องกัน โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ

Advertisment