สั่งการบ้านพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ตรวจเข้มเอกสารขอเงินกองทุนอนุรักษ์ฯ

ปลัดกระทรวงพลังงาน สั่งการบ้าน พลังงานจังหวัดทั้ง  76 จังหวัด ตรวจสอบเอกสารผู้ร่วมโครงการขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานอย่างเข้มงวด หากพบความไม่ถูกต้อง ให้ยกเลิกลงนามสัญญาการเข้าร่วมโครงการทันที พร้อมให้ทุกจังหวัดจัดทำแผนพลังงานจังหวัด ที่สามารถปรับปรุงได้ทุกปี เน้นการช่วยสร้างรายได้ให้ประชาชนเพิ่มขึ้น

นายสมภพ พัฒนอริยางกูล ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า  เมื่อวันที่ 7 มี.ค.2562 ที่ผ่านมานายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้ประชุมร่วมกับข้าราชการพลังงานจังหวัดทั้งหมด 76 จังหวัด  เพื่อให้นโยบายและแนวทางปฏิบัติงาน ในการตรวจสอบเอกสารผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ประจำปี 2562 (รอบ2) เฉพาะโครงการโซลาร์สูบน้ำ โครงการให้ถูกต้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์กองทุนฯที่กำหนดไว้

โดยหากตรวจสอบพบว่าเอกสารของผู้ร่วมโครงการกองทุนฯ ไม่ถูกต้องหรือผิดหลักเกณฑ์กองทุนฯ ทางพลังงานจังหวัดจะต้องรายงานมายังสำนักปลัดกระทรวงพลังงาน เพื่อที่ผู้บริหารจะประสานข้อมูลกับสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (สกทอ.) ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

นายสมภพ  กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ปลัดกระทรวงพลังงานยังมอบหมายให้พลังงานจังหวัดมีหน้าที่ต้องส่งเสริมการสร้างรายได้ให้กับชุมชน ที่ต้องสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพลังงาน ซึ่งบทบาทของพลังงานจังหวัด จะเป็นเสมือนตัวแทนของกระทรวงพลังงานที่ไปตั้งอยู่ในจังหวัดนั้นๆ ที่สามารถประสานข้อมูลจากทุกกรมในกระทรวงพลังงานได้

ทั้งนี้ทาง สนย.ได้เสนอให้พลังงานจังหวัดต้องจัดทำแผนปฏิบัติการของพลังงานจังหวัดแต่ละแห่งให้สอดคล้องกับแผนแม่บทพลังงานระยะ 5 ปี และเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ชาติด้วย ซึ่งต้องมีการปรับปรุงทุกปีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยแนวทางทั้งหมดนี้ ทางพลังงานจังหวัดต้องเร่งนำกลับไปดำเนินการทันที

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC) รายงานว่า ปลัดกระทรวงพลังงานให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า จะเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารผู้เข้าร่วมโครงการขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนฯ โดยหากพบว่ามีความไม่โปร่งใส  เช่น การเซ็นรับรองเอกสารซ้ำซ้อนในหลายโครงการ หรือการปลอมแปลงเอกสาร หากตรวจสอบจะไม่ให้ลงนามสัญญาการเข้าร่วมโครงการ และทำให้โครงการนั้นต้องถูกยกเลิกไป เป็นต้น

สำหรับโครงการที่ได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ประจำปี 2562 (รอบ2) มีทั้งสิ้น 456 โครงการ รวมวงเงินอนุมัติ 6,105,049,703 บาท จากกรอบวงเงินทั้งสิ้น 9,300 ล้านบาท (แบ่งเป็นวงเงินสำหรับโครงการต่างๆ 6,800 ล้านบาท และ 2,500 ล้านบาท สำหรับนำไปให้กระทรวงมหาดไทยใช้ส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือ อปท. ดำเนินการสร้างระบบคัดแยกขยะชุมชนครบวงจร สำหรับนำขยะมาเป็นเชื้อเพลิงรูปแบบไฟฟ้าและก๊าซชีวภาพ)  โดยโครงการที่ได้รับอนุมัติมากที่สุดคือ โครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งเป็นรายบุคคลของแต่ละเทศบาล,ตำบล และอำเภอนั้นๆ ประมาณ 20-30 โครงการ

ทั้งนี้กระทรวงพลังงานจะตรวจสอบเอกสารอย่างเข้มงวด เช่น พื้นที่ที่ขอดำเนินโครงการประมาณ 30-40 บ่อนั้น มีเอกสารรายงานการทดสอบปริมาณน้ำ(นบ.4) และรายงานประวัติบ่อน้ำบาดาล(นบ.5) จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลหรือไม่ รวมถึงมีการปลอมแปลงเอกสาร หรือ มีรายชื่อผู้รับรองซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าไม่ถูกต้อง หรือเป็นการปลอมแปลงเอกสาร จะถูกตัดสิทธิ์ทันที และจะไม่มีการลงนามในสัญญาของโครงการนั้นๆ

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบเอกสารเพื่อให้เกิดการลงนามสัญญาโครงการต่างๆนั้น จะเร่งดำเนินการโดยเร็ว โดยเฉพาะการติดตั้งโซลาร์ฯสูบน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง หากลงนามสัญญาได้และเกิดการจัดซื้อจัดจ้างภายในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. 2562นี้ ก็จะทันต่อการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในปี 2562 ได้