สนพ.นัดแจงสัปดาห์หน้าเหตุผลหั่นโรงไฟฟ้าชุมชนออกจากแผนกว่า 1,200 MW

- Advertisment-

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เตรียมชี้แจงการปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 หรือ PDP 2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1ระยะ 10 ปีแรกที่มีการปรับลดสัดส่วนรับซื้อไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนลงกว่า 1,200 เมกะวัตต์ เพื่อเพิ่มปริมาณรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์​ พลังน้ำ และโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมให้ประชาชนและนักลงทุนเข้าใจในสัปดาห์หน้า(เบื้องต้นกำหนด 24 พ.ย.64)​

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้า(เบื้องต้นกำหนด 24 พ.ย.64)​ สนพ.เตรียมชี้แจงการปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 หรือ PDP 2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ระยะ10ปีแรก (2564-2573)​และการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ หรือ PDP2022 พร้อมข้อมูลตัวเลขสถานการณ์การใช้พลังงานของประเทศในรอบ 9 เดือนและแนวโน้มในปี 2565

โดยการปรับแผนPDP2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ในช่วง 10 ปีแรกของแผน(2564 -2573) จะเน้นการส่งเสริมพลังงานทดแทนมากขึ้น ซึ่งจะถูกนำไปผนวกรวมเป็นแผน PDP2022 ที่จะมีการจัดทำขึ้นใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางพลังงานโลกที่ต้องการลดปัญหาโลกร้อน และเป็นไปตามคำมั่นสัญญาที่ไทยให้ไว้ในการประชุมผู้นำรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP 26 ที่กำหนดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของไทยเป็นศูนย์ให้ได้ภายในปี 2050 หรือปี พ.ศ.2593

โดยจะเป็นการส่งสัญญาณจากกระทรวงพลังงานไปยังประชาชนและนักลงทุนว่าไทยจะได้เริ่มดำเนินการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดให้มากขึ้นในอนาคตแล้ว เพื่อให้นักลงทุนได้มีเวลาเตรียมความพร้อม

- Advertisment -

พร้อมกันนี้จะชี้แจงกรณีมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 ที่ปรับลดสัดส่วนเป้าหมายโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากลงจากเดิมที่บรรจุไว้ในแผน 1,933 เมกะวัตต์ ลงเหลือประมาณไม่ถึง 700 เมกะวัตต์ หรือลดลงไปประมาณ 1,200 เมกะวัตต์ ซึ่งสัดส่วนที่ลดลงไป 700 เมกวัตต์ ไม่ได้หายไปไหน แต่จะนำไปเปลี่ยนเป็นการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดอื่น เช่น โซลาร์เซลล์ และไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ ซึ่งมีราคาค่าไฟฟ้าที่ถูกกว่า รวมทั้งการเพิ่มปริมาณรับซื้อไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรมเพิ่มอีก 200 เมกะวัตต์ ​เป็นต้น

และการปรับลดสัดส่วนเป้าหมายโรงไฟฟ้าชุมชนฯลง เนื่องจากได้หารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว และได้รับคำยืนยันว่าไม่มีพื้นที่ที่จะรองรับการเพาะปลูกพืชพลังงานสำหรับเป็นเชื้อเพลิงป้อนโรงไฟฟ้าชุมชนได้ ทั้ง 1,900 เมกะวัตต์ตามแผน ดังนั้นจึงต้องมีการปรับลดสัดส่วนปริมาณรับซื้อไฟฟ้าลงให้สอดคล้องกับพื้นที่ตามความเป็นจริง
สำหรับในปี 2564 นี้ ยังมีโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่เตรียมเปิดรับซื้อไฟฟ้าเพิ่ม คือ โครงการโรงไฟฟ้าขยายผล ประมาณ 140 เมกะวัตต์ (โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนแบบQuick Win เดิม)ซึ่งขณะนี้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังาน(พพ.) และ สนพ.อยู่ระหว่างกำหนดหลักเกณฑ์การรับซื้อไฟฟ้า และจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) พิจารณาอนุมัติ เพื่อให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เปิดรับซื้อต่อไป โดยกระทรวงพลังงานจะเร่งกำหนดหลักเกณฑ์ให้เสร็จภายในปี 2564 นี้ หากดำเนินการได้เร็วก็สามารถเปิดรับซื้อไฟฟ้าได้ปลายปี 2564 หรือ ต้นปี 2565


ส่วนโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก จะยังเปิดรับซื้อไฟฟ้าในเฟส 2 ช่วงปี 2565 นี้แน่นอน โดยกำลังพิจารณาว่าจะเปิดรับซื้อปริมาณมากเพียงใด และกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ ต่อไป หลังจากที่เปิดรับซื้อเฟสแรกไปแล้ว 150 เมกะวัตต์ ในปี 2564 นี้

Advertisment