“สนธิรัตน์” ยึดตามแผนPDP สร้างโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงไฟฟ้าภาคใต้

รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ยึดตามแผนPDP2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของกพช. ในเดือนมี.ค.2563นี้ เป็นหลัก ในการสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงในภาคใต้ โดย ระบุแผนการสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงภาคใต้ 2,600เมกะวัตต์ ที่เสนอโดย ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นั้นต้องพิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน และต้องสอดคล้องกับแผนPDPของกระทรวงพลังงาน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่31ม.ค.2563 ถึงมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 21ม.ค.2563 ที่เห็นชอบในหลักการของแผนเร่งด่วนการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งเสนอโดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่มีการระบุในแผนให้สร้างโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงภาคใต้ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขนาดกำลังผลิตไฟฟ้า 930 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าที่จะสร้างใหม่ ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้า 1,700 เมกะวัตต์  ที่เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา  ว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานยังไม่ได้รับรายละเอียดแผนดังกล่าวจาก ทาง ศอ.บต.แต่อย่างใด ซึ่งหากได้รับรายละเอียดแล้ว ก็จะต้องมาพิจารณาว่าสอดรับกับแผน PDP2018 ที่ กระทรวงพลังงานกำลังอยู่ในระหว่างปรับปรุงหรือไม่  และจะมีผลกระทบอย่างไร โดยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

โดยในแผนPDP2018 ที่กำหนดให้สร้างโรงไฟฟ้าในภาคใต้อีก  1,000 เมกะวัตต์ ในปี 2577 และ 700 เมกะวัตต์ในปี 2578  ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าหลักที่จะต้องแข่งขันกันระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)กับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่(IPP)  จะมีการมอบให้ ศอ.บต.ดำเนินการแทนหรือไม่นั้น  ทางกระทรวงพลังงานขอพิจารณาแผนPDP2018 ฉบับที่ปรับปรุงครั้งที่1 กับรายละเอียดของ ศอ.บต.ให้ชัดเจนและเหมาะสมก่อนจึงจะสรุปได้

สำหรับความคืบหน้า ในการปรับปรุงแผน   พัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2561-2580 หรือ PDP2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1นั้น คาดว่าจะจัดทำแล้วเสร็จภายในเดือนก.พ. 2563 นี้ พร้อมกับอีก 4 แผน คือ แผนอนุรักษ์พลังงาน ( EEP) แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ( AEDP) แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ ( Gas Plan)และแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง ( Oil Plan )  จากนั้นจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้ในเดือน มี.ค. 2563 นี้

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC) รายงานว่า  การสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวหรือPPA กับกฟผ. นั้น จะต้องสอดคล้องกับแผนPDP ที่กระทรวงพลังงาน เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำ ดังนั้น หากกระทรวงพลังงาน ไม่นำรายละเอียดการสร้างโรงไฟฟ้าขนาด1,700เมกะวัตต์ ที่ เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งจะมีปริมาณไฟฟ้าส่วนหนึ่งขายเข้าระบบสายส่งของกฟผ. และ โรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ ขนาด930เมกะวัตต์ ที่สุราษฎร์ธานี  ภายใต้แผนของ ศอ.บต. เข้ามารวม อยู่ในแผนPDP ให้เรียบร้อยก่อน โครงการดังกล่าว ก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้